คุณอาจจะคิดว่า “จดหมายโพย” หรือ “เฉียวพี” เป็นเพียงจดหมายหนึ่งแผ่น แต่สำหรับใครบางคน มันคือทั้งความรัก ความคิดถึง และความหวัง ของทั้งครอบครัว 🤍
ในยุคสมัยก่อนมีชาวจีนมากมายที่ต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปทำงานต่างประเทศ เมื่อเริ่มลงหลักปักฐานได้ก็จะส่งจดหมายพร้อมเงินกลับมาบ้านเกิดผ่าน “โพยก๊วน”
เนื้อความในจดหมายก็จะคอยเล่าสารทุกข์สุกดิบ ให้คนที่เฝ้ารออีกฟากฝั่งรู้ว่ายัง “สบายดี”
จดหมายเหล่านี้จึงเปรียบเสมือนบันทึกความทรงจำอันมีค่า ความงดงามของวัฒนธรรมดังกล่าวจึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกโดยยูเนสโกในปี 2013
ภาพยนตร์ #DearYou จึงหยิบยกเอาความละเมียดละไมที่ซ่อนอยู่ภายในจดหมายนับล้านฉบับ สร้างเรื่องราวซาบซึ้งใจของการออกตามหาอากง ผ่านเส้นทาง #จดหมายรักถึงอาม่า จนกลายเป็นปรากฏการณ์สำคัญที่เรียกน้ำตาผู้ชมทั่วโลก
ชวนแฟน ๆ ชาวไทยเปิดอ่านจดหมายฉบับนี้พร้อมกัน 6 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ
“Dear You จดหมายรักถึงอาม่า” เผย “ตัวอย่างซับไทย” ชวนคนไทยน้ำตาไหล 6 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์
“เฉียวพี” กระดาษหนึ่งใบย่นระยะความห่างไกล ตัวแทนความคิดถึงและความห่วงใยจากสองฟากฟ้า
ในยุคที่ผืนน้ำกว้างใหญ่และแผ่นฟ้ากว้างไกลเกินกว่าจะข้ามผ่านได้ง่ายๆ ช่วงเวลาที่ชาวจีนโพ้นทะเลจำนวนมากจำต้องละทิ้งบ้านเกิด แบกรับความหวังของครอบครัวข้ามน้ำข้ามทะเลมาเผชิญชีวิตยังแผ่นดินไทยท่ามกลางความอ้างว้าง ความยากลำบาก และความคิดถึงบ้านที่เกาะกินใจ สิ่งเดียวที่หล่อเลี้ยงหัวใจของคนไกลบ้านและคนข้างหลังที่เฝ้ารอ คือกระดาษใบเล็กๆ ที่เรียกว่า “เฉียวพี”

กระดาษหนึ่งใบที่ชาวจีนสมัยก่อนใช้เขียนเล่าเรื่องราวบอกกล่าวสารทุกข์สุกดิบ ส่งไปหาผู้รับพร้อมกับเงินด้วยความคิดถึง และความหวังว่าจะช่วยเหลือครอบครัวที่จากมาให้มีชีวิตที่ดีขึ้นได้ และสำหรับคนที่เฝ้ารอด้วยความเป็นห่วงในทุกขณะ การได้เห็นเฉียวพีฉบับนี้เดินทางมาถึง เป็นสิ่งที่ทำให้มั่นใจว่า “คนรักของพวกเขายังมีชีวิตและปลอดภัยดีในต่างแดน”
“เฉียวพี” คืออะไร
“เฉียวพี” หรือที่คนไทยเชื้อสายจีนรู้จักกันในชื่อ “โพย” มันคือการส่ง “จดหมายพร้อมเงิน” ในยุคที่ยังไม่มีเทคโนโลยี ไม่มีธนาคาร หรือระบบโอนเงินข้ามประเทศ ชาวจีนที่ล่องเรือลงสู่ทะเลใต้เพื่อมาทำงานในไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย หรือฟิลิปปินส์ จะส่งทั้งเงินและจดหมายกลับบ้านพร้อมกันในซองเดียว เงินที่ส่งไปอาจหมายถึงการต่อชีวิตให้คนทั้งครอบครัว และตัวหนังสือบนหน้ากระดาษอาจเป็นคำสั้นๆ ที่ยืนยันว่า “ความคิดถึง” และ “การรอคอย” นั้นมีความหมาย เป็นสิ่งที่เชื่อมใจคนจากสองแผ่นดินให้เหมือนอยู่ใกล้กัน

“เฉียวพี” เขียนอย่างไร ส่งอย่างไร
● ในยุคที่ไม่มีไปรษณีย์ข้ามประเทศ และไร้ซึ่งเทคโนโลยี การส่งความคิดถึงให้ไปถึงปลายทางต้องใช้ความเชื่อมั่นและเชื่อใจเป็นอย่างมาก เพราะการส่ง “เฉียวพี” เป็นระบบการส่งเงินที่ไม่มีกฎหมายรับรอง จึงต้องอาศัยความเชื่อถือและคุณธรรมเป็นหลัก นอกจากนี้ยังต้องอาศัยความชำนาญพื้นที่ของ “โพยก๊วน” (สถานที่รับ-ส่งจดหมายโพย) แต่ละแห่งด้วย เพราะการจ่าหน้าซองโพยนั้นจะมีเพียงชื่อผู้รับ หรือร้านค้า หมู่บ้าน, ตำบล, อำเภอเท่านั้น และโพยก๊วนแต่ละที่ก็จะคิดค่าบริการแตกต่างกันตามพื้นที่ตั้งในแต่ละจังหวัด ผู้ส่งจึงมักใช้บริการโพยก๊วนที่เป็นคนบ้านเดียวกับตนเอง หรือที่มีผู้แนะนำเรื่องความน่าเชื่อถือเพื่อป้องกันการฉ้อโกง
● สำหรับประเทศไทย ร้านโพยก๊วนส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ของสำเพ็งและเยาวราช แต่ในจังหวัดใหญ่ๆ ที่มีชาวจีนโพ้นทะเลอาศัยอยู่มาก เช่น ชลบุรี, นครปฐม, สุพรรณบุรี, ขอนแก่น ฯลฯ นั้นมีโพยก๊วนที่ให้บริการส่งโพยเช่นกัน โดยจะรวบรวมโพยในจังหวัดของตนมาส่งโพยก๊วนที่กรุงเทพฯ อีกทอดหนึ่ง
● เนื่องจากชาวจีนโพ้นทะเลในยุคแรกส่วนใหญ่ไม่รู้หนังสือ พวกเขาจะพึ่งพา “ผู้รับจ้างเขียนจดหมาย” ถ่ายทอดความรู้สึก เรื่องราวที่อยากจะบอกเล่า และจำนวนเงินที่ต้องการส่งกลับบ้านลงบนกระดาษแผ่นเล็กๆ โดยผู้ที่ทำหน้าที่เขียนจดหมายจะอ่านสิ่งที่เขียน และจำนวนเงินที่ส่งกลับประเทศจีนให้ฟังก่อนจะใส่ซองปิดผนึก
● เฉียวพีจะถูกจัดส่งด้วยเรือไปประเทศจีน ซึ่งที่นั่นจะมีสาขาโพยก๊วนคอยดูแลติดตามส่งจดหมายให้กับผู้รับ โดยจะเรียกคนที่คอยส่งจดหมายให้ถึงมือผู้รับแบบยกย่องว่า “ปุงโพยแปะ” (คุณลุงผู้แจกโพย) ที่จะเดินทางไปส่งเฉียวพีให้แก่ผู้รับแต่ละรายถึงหน้าบ้าน
● ด้านคนรับจดหมายหากไม่รู้หนังสือก็จะต้องนำเฉียวพีไปให้กับคนรู้หนังสือที่ไว้ใจได้เพื่อที่จะให้อ่านให้ฟัง โดยที่ข้อความและจำนวนเงินจะไม่โดนบิดเบือน แม้จะเป็นการสื่อสารที่ยุ่งยาก แต่ก็เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้คนทั้งสองฝั่งยังสามารถติดต่อและรับรู้เรื่องราวของกันและกันได้

“เฉียวพี” มรดกโลกที่หลงเหลือในความทรงจำ
● เงินทุกหยวนที่ถูกส่งกลับผ่าน “เฉียวพี” ไม่เพียงแต่เป็นท่อน้ำเลี้ยงให้ครอบครัว แต่ยังถูกนำไปใช้เพื่อแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษผ่านการสร้างสุสาน และหลั่งไหลไปบูรณะพัฒนาบ้านเกิด ทั้งการสร้างโรงเรียน ถนน สะพาน ซึ่งเป็นรากฐานความเจริญของชุมชนจีนในเวลาต่อมา
● ในสายตาของนักประวัติศาสตร์ “จดหมายหนึ่งฉบับ” ถือเป็นบันทึกประวัติศาสตร์หนึ่งเรื่องที่ถ่ายทอดชีวิตความเป็นอยู่ของชาวจีนโพ้นทะเล และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้นทั้งในประเทศจีนและประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งยังเป็นหลักฐานชั้นต้นที่บันทึกเรื่องที่เกิดขึ้นโดยตรง และบันทึกโดยคนที่มีชีวิตอยู่ในยุคนั้นจริงๆ
● ด้วยคุณค่าอันประเมินค่าไม่ได้นี้เอง “องค์การยูเนสโก” (UNESCO) จึงได้ขึ้นทะเบียน “จดหมายโพยก๊วน” ให้เป็น “มรดกความทรงจำแห่งโลก” (Memory of the World) เมื่อปี ค.ศ. 2013
● ปัจจุบันเรื่องราวเหล่านี้ถูกจัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์โพยก๊วน มณฑลกวางตุ้ง เพื่อให้ชนรุ่นหลังได้ตระหนักถึงหยาดเหงื่อ ความรัก และระลึกถึงพระคุณของบรรพบุรุษผู้เสียสละทุ่มเท
สำหรับชาวจีนโพ้นทะเล “เฉียวพี” คือตัวแทนของความเหนื่อยและความคิดถึง เป็นหลักฐานที่ยืนยันว่า “ฉันยังมีชีวิตอยู่ และกำลังพยายามอย่างสุดความสามารถ” เฉียวพีจึงไม่ใช่แค่ซองจดหมายส่งเงิน และไม่ใช่แค่บันทึกทางเศรษฐกิจ แต่มันคือ “สะพานเชื่อมความคิดถึง” ที่ย่นระยะทางหลายพันลี้ และวันเวลาอันยาวนานให้เหลือเพียงความอบอุ่นที่ส่งถึงกันผ่านกระดาษเพียงใบเดียว
และในวันนี้ จดหมายที่หอบความรัก ความคิดถึง และความอบอุ่นได้ถูกส่งมาถึงประเทศไทย พร้อมให้ทุกคนได้เปิดอ่านด้วยหัวใจแล้วใน “Dear You จดหมายรักถึงอาม่า” 6 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ทั้งในระบบเสียงแต้จิ๋ว (ซับไทยและจีน), เสียงแต้จิ๋ว (ซับไทยและอังกฤษ) และเสียงไทย (ซับอังกฤษ)
























