เตรียมระทึก! สานต่อความสยอง “28 Years Later: The Bone Temple” (28 ปีให้หลัง เชื้อเขมือบคน วิหารซากกะโหลก) เมื่อมนุษย์น่ากลัวกว่าผู้ติดเชื้อ
StarEnews – โซนี่ พิคเจอร์ส เตรียมส่งความระทึกขวัญครั้งใหม่กับ “28 Years Later: The Bone Temple” (28 ปีให้หลัง เชื้อเขมือบคน วิหารซากกะโหลก) ภาพยนตร์ภาคต่อที่ถ่ายทำต่อเนื่อง (Back-to-back) จาก “28 Years Later” โดยในภาคนี้ได้ผู้กำกับหญิงเก่ง “เนีย ดาคอสต้า” (Nia DaCosta) มารับไม้ต่อจาก แดนนี่ บอยล์ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวที่เข้มข้นและสยองขวัญยิ่งกว่าเดิม

หลังจากที่จักรวาล “28 Days Later” ได้กลับมาปลุกกระแสซอมบี้คลั่งอีกครั้ง ล่าสุดแฟนหนังชาวไทยเตรียมพบกับบทที่สองของไตรภาคใหม่ (และเป็นภาพยนตร์ลำดับที่ 4 ของแฟรนไชส์) ในชื่อทางการว่า “28 Years Later: The Bone Temple” หรือชื่อไทย “28 ปีให้หลัง เชื้อเขมือบคน วิหารซากกะโหลก” ที่มีกำหนดเข้าฉายในประเทศไทยวันที่ 15 มกราคม นี้
เรื่องย่อและทิศทางใหม่ของหนัง
หนังภาคนี้จะพาเราไปสำรวจโลกหลังการล่มสลายที่โหดร้ายยิ่งขึ้น เรื่องราวเกิดขึ้นต่อจากเหตุการณ์ใน “28 Years Later” (2025) ทันที โดยโฟกัสไปที่กลุ่มลัทธิประหลาดที่เรียกตัวเองว่า “The Jimmys” นำโดย เซอร์ ลอร์ด จิมมี่ คริสตัล (รับบทโดย Jack O’Connell) ผู้นำจอมโรคจิต
แดนนี่ บอยล์ โปรดิวเซอร์ของเรื่องได้กล่าวว่า ในภาคนี้ “ผู้ติดเชื้อยังไม่น่ากลัวเท่ากับคนปกติ” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความกดดันและความบ้าคลั่งของมนุษย์ที่พยายามเอาตัวรอดจนกลายเป็นภัยร้ายเสียเอง
นักแสดงชุดใหม่และเซอร์ไพรส์ที่รอคอย
นอกจาก Ralph Fiennes ที่จะกลับมาในบท Dr. Ian Kelson และ Jack O’Connell แล้ว แฟนเดนตายเตรียมเฮได้เลย เพราะมีการยืนยันว่า Cillian Murphy (คิลเลียน เมอร์ฟี) จะกลับมาสวมบทบาท “Jim” ตัวละครระดับตำนานจากภาคแรก (28 Days Later) อีกครั้ง ซึ่งบทบาทของเขาในภาคนี้จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะเชื่อมโยงไปสู่บทสรุปในภาคต่อไป
เบื้องหลังงานสร้าง
– ผู้กำกับ: เนีย ดาคอสต้า (Nia DaCosta) จาก Candyman และ The Marvels มารับหน้าที่กำกับ โดยเธอต้องการสร้างสไตล์ที่แตกต่างจากแดนนี่ บอยล์ พร้อมเพิ่มดีกรีความดุเดือดของเหล่าผู้ติดเชื้อตามคำแนะนำของ อเล็กซ์ การ์แลนด์
– บทภาพยนตร์: อเล็กซ์ การ์แลนด์ (Alex Garland) มือเขียนบทคู่บุญยังคงรับหน้าที่เขียนบทให้กับไตรภาคใหม่นี้ทั้งหมด
– กำหนดฉายในไทย: 15 มกราคม ในโรงภาพยนตร์
เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับความกดดันขั้นสุด เมื่อความหวังริบหรี่และอันตรายไม่ได้มาจากแค่เชื้อนรก แต่มาจากสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ด้วยกันเอง ใน “28 Years Later: The Bone Temple”