หน้าแรก Uncategorized CGD ไตรมาสแรกพลิกทำกำไร 163 ล้าน

CGD ไตรมาสแรกพลิกทำกำไร 163 ล้าน

0

บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ CGD ประกาศผลการดำเนินงานแข็งแกร่งท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ระลอก 2 โดยผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2564 เมื่อเปรียบเทียบกับรอบระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมจำนวน 1,256 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 238% กำไรจากการดำเนินงานพลิกกลับมามีกำไร 163 ล้านบาท จากปีก่อนขาดทุนถึง 627 ล้านบาท และผลขาดทุนสุทธิ 302 ล้านบาท ลดลงถึง 68%

เหตุการณ์สำคัญในไตรมาส

  • กลุ่มบริษัทมีรายได้และกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 อย่างต่อเนื่อง และมาตรการควบคุมโรคต่างๆ ของภาครัฐ
  • รายได้ในไตรมาสแรกคิดเป็น 3 เท่าจากปีก่อน
  • ซึ่งเป็นผลจากการโอนและการรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องของโครงการโฟร์ซีซั่นส์ไพรเวทเรสซิเด้นซ์ ซึ่งเป็นรายได้หลักของกลุ่มบริษัท โดยมีรายได้จำนวน 971 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 176 เมื่อเปรียบเทียบกับรอบระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน และยังมีกำไรขั้นต้นสูงถึงร้อยละ 50
  • การประสบความสำเร็จในการเจรจายกเลิกสัญญาเช่าจากผู้เช่าปัจจุบันของสินทรัพย์ในธุรกิจการลงทุน ซึ่งเป็นไปตามแผนการปรับปรุงสินทรัพย์ดังกล่าวของกลุ่มบริษัท โดยการการยกเลิกสัญญาเช่าเดิมดังกล่าวทำให้เกิดรายได้พิเศษจำนวน 277 ล้านบาท
  • กลุ่มบริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานจำนวน 163 ล้านบาท เปรียบเทียบกับผลขาดทุนในปีก่อนจำนวน 627 ล้านบาท
  • หากไม่รวมรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้คือ กำไรจากธุรกิจการลงทุน และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน กลุ่มบริษัทจะมีกำไรจากการดำเนินงานจำนวน 368 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 206 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
  • ทั้งนี้ต้นทุนทางการเงิน และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลให้กลุ่มบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 302 ล้านบาท ซึ่งลดลงถึงร้อยละ 68 จากผลขาดทุนสุทธิ 940 ล้านบาทในปีก่อน

ทิศทางบริษัท

  • ถึงแม้ว่าผลกระทบจากโควิด 19 จะยังมีความไม่แน่นอนในระยะสั้น แต่ในระยะยาวบริษัทคาดการณ์ว่าสภานการณ์จะดีขึ้นเรื่อยๆ ดังจะเห็นได้จากผลประกอบการของบริษัทที่มีโนวโน้มดีขึ้น สอดคล้องกับประสิทธิภาพของวัคซีนและแผนการฉีดวัคซีนที่มีทิศทางที่ดีขึ้น
  • บริษัทยังคงดำเนินตามแผนเพิ่มความแข็งแกร่งของโครงสร้างทุนโดยการเข้าทำรายการจำหน่ายธุรกิจโรงแรม ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และยังลดความเสี่ยงจากการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน อีกทั้งยังทำให้กลุ่มบริษัทมีฐานะทางการเงินที่พร้อมสำหรับการพัฒนาโครงการในอนาคตอย่างยั่งยืน
  • กลุ่มบริษัทยังสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินและแบรนด์ที่มีคุณภาพสูงเพื่อสร้างรายได้ โดยคาดว่าจะทำให้กลุ่มบริษัทมีผลประกอบการดีอย่างต่อเนื่องจากการทยอยรับรู้รายได้ในทรัพย์สินที่พร้อมโอนมูลค่า 5 หมื่นล้านในไตรมาสถัดๆ ไป
  • กลุ่มบริษัทจะดำเนินการเชิงรุกในการบริหารฐานะทางการเงิน และการควบคุมต้นทุน ให้มีความยืดหยุ่นและคล่องตัว เพื่อให้สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่คาดการณ์ว่าจะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว