“เอมิเลีย โจนส์” และ “นิก โรบินสัน” เวิร์กช็อป 50 คำถามเพื่อตกหลุมรัก ก่อนถ่ายทำ “Charlie Harper” รักและร้าวไปพร้อมกัน 22 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์
“มงคลเมเจอร์” ขอชวนทุกคนไปสำรวจเส้นทางความรักของ “ชาร์ลี” และ “ฮาร์เปอร์” ตั้งแต่แรกพบสบตา เติบโตผ่านช่วงเวลาที่รักกันมากที่สุด และดำดิ่งสู่ห้วงยามที่ปวดร้าวมากที่สุด ในภาพยนตร์โรแมนติกดราม่า “Charlie Harper” กับเรื่องราวความสัมพันธ์ของอดีตคู่รักที่รู้จักกันตั้งแต่สมัยไฮสคูล และตัดสินใจออกจากบ้านเกิดเพื่อมาใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ ทว่าการเริ่มต้นชีวิตใหม่กลับไม่ง่ายอย่างที่คิด ขณะที่ฮาร์เปอร์กำลังไล่ตามความฝัน ชาร์ลีกลับต้องเผชิญความสับสนในการค้นหาเป้าหมายของตัวเอง เมื่อความฝันของคนหนึ่งสวนทางกับความเป็นจริงของอีกคน รอยร้าวของความรักจึงค่อยๆ ก่อตัวขึ้น

งานนี้ แม้ทั้งสองนักแสดงเจ้าเสน่ห์อย่าง “นิก โรบินสัน” และ “เอมิเลีย โจนส์” จะมีเวลาทำความรู้จักกันก่อนถ่ายทำอย่างจำกัด แต่ผู้กำกับ “แม็ก เอลดริดจ์” และ “ทอม ดีน” ต่างก็มีวิธีการเวิร์กช็อปเพื่อสร้างเคมีให้นิกและเอมิเลียรู้สึกเหมือนคู่รักกันจริงๆ
(นิก โรบินสัน) “เรามีเวลาเตรียมตัวกันแค่อาทิตย์เดียวหรือน้อยกว่านั้นก่อนเปิดกล้อง แต่ผู้กำกับก็ให้ความสำคัญกับการซ้อมมาก เราอ่านบทกันหลายรอบมาก ไปที่โกดังในออฟฟิศโปรดักชันเพื่อจำลองฉากแล้วซ้อมกันที่นั่นเลย แถมเขายังเอาแบบสอบถาม 50 คำถามเพื่อตกหลุมรักของ ‘New York Times’ มาให้เราทำด้วย โชคดีที่ ‘เอมิเลีย’ เป็นคนที่เข้ากันด้วยง่ายมากๆ เธอเจ๋งสุดๆ มันเลยทำให้ทุกอย่างง่ายและราบรื่นไปหมด แน่นอนมันก็มีความท้าทายแหละ แต่มันไม่ได้รู้สึกว่าต้องฝืนหรือสร้างเคมีแบบปลอมๆ ขึ้นมาเลย แล้วบทหนังก็ดีมากจนรู้สึกว่ามันช่วยเบาแรงเราไปได้เยอะ เพราะมันเขียนมาสวยงามมาก”
(เอมิเลีย โจนส์) “บทหนังมันเหมือนบทกวีเลย ฉันว่าเราโชคดีมากๆ ที่คลิกกันทันทีตั้งแต่แรก มันดีมากเลยที่เราพอมีเวลาทำความรู้จักกัน และได้ลองถามคำถามพวกนั้น เราสองคนไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน มันเลยสนุกมากๆ”
นอกจากนี้ นักแสดงทั้งคู่ยังเผยถึง “หนังรักเรื่องโปรด” ที่เคยได้ดูมาให้แฟนๆ ไปตามดูกันได้ และแน่นอนอย่าพลาดชม “Charlie Harper” ผลงานน่าจับตาล่าสุดของเขาและเธอด้วย
(นิก โรบินสัน) “เราสองคนเพิ่งดู ‘The Notebook’ (2004) ด้วยกันมา มันเป็นหนังที่ดีมากๆ เลย แล้วผมก็ชอบ ‘Blue Valentine’ (2010) และ ‘Punch-Drunk Love’ (2002) ด้วย แล้วเมื่อไม่นานมานี้ก็เพิ่งกลับไปดู “Harold and Maude” (1971) ขอแหวกแนวนิดนึง เรื่องนี้มันน่าสนใจมากและยังคงความคลาสสิกอยู่ แล้วก็ถ่ายทอดมุมมองความรักที่ต่างออกไปเลย นอกจากนี้ผมก็ชอบ ‘Badlands’ (1973) ของ ‘เทอร์เรนซ์ มาลิก’ ด้วย นั่นก็เป็นหนังรักที่ยอดเยี่ยมมากๆ”
(เอมิเลีย โจนส์) “ใช่ เราดู ‘The Notebook’ กับ ‘Blue Valentine’ ด้วยกัน และขอเพิ่ม ‘In the Mood for Love’ (2000) อีกเรื่องนะ ฉันว่ามันเป็นหนังรักที่สวยงามมาก ฉันดูซ้ำได้เรื่อยๆ เลย”
และสุดท้ายก่อนที่จะไปสัมผัสเรื่องราวความรักที่ทั้งงดงามและปวดร้าว สองผู้กำกับก็ได้ฝากข้อความถึงผู้ชมไว้ว่า
“เราหวังว่าผู้ชมจะได้ทบทวนความทรงจำเกี่ยวกับความรักที่ยิ่งใหญ่และปวดร้าวของตนเอง และไม่ว่าความรักเหล่านั้นจะจบลงหรือยังคงดำเนินต่อไป ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นเครื่องเตือนใจเล็กๆ ให้เราได้เห็นคุณค่าของของขวัญอันแสนธรรมดาแต่ยิ่งใหญ่ที่เรามอบให้และได้รับจากคนที่เรารัก”
ร่วมเปิดกล่องความทรงจำแห่งความสัมพันธ์ทั้งรักและร้าวของ “ชาร์ลี” และ “ฮาร์เปอร์” ผ่านเคมีการแสดงอันลึกซึ้งสุดใจของ “นิก โรบินสัน” และ “เอมิเลีย โจนส์” ใน “Charlie Harper” 22 ตุลาคมนี้ ที่โรงภาพยนตร์