30 ปี ไม่มีวันตาย …. “SILLY FOOLS” ระเบิดความมันส์ สมการรอคอย พาแฟนเพลงเดินทางผ่านทุกยุคของชีวิต ใน “LEO presents 30 ปี SILLY FOOLS Concert”
StarEnews – สมการรอคอยของแฟนเพลงร็อกทั้งประเทศ สำหรับ “LEO presents 30 ปี SILLY FOOLS Concert” คอนเสิร์ตใหญ่ฉลองการเดินทางตลอด 3 ทศวรรษของหนึ่งในวงร็อกระดับตำนานของไทย ที่ กลับมาสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญบนเวที IMPACT ARENA เมืองทองธานี ภายใต้การดูแลของ ME RECORDS ค่ายเพลงในเครือ Muzik Move พร้อมผนึกกำลังกับสองผู้จัดสายดนตรีอย่าง OKD (โอเคดี) และ หนีกรุง ร่วมสร้างค่ำคืนที่ไม่ได้เป็นเพียงคอนเสิร์ต แต่เป็นการรวมตัวของแฟนเพลงกว่า 10,000 คน ที่เติบโตมากับบทเพลงของ SILLY FOOLS (ซิลลี่ ฟูลส์)
โดยมี กบ – ขจรเดช พรมรักษา รับหน้าที่ Show Director และ Monday On December (มันเดย์ออนดีเซมเบอร์) ดูแลพาร์ท Production ร่วมออกแบบการแสดงให้บทเพลงจากทุกยุคของ SILLY FOOLS ถูกนำมาร้อยเรียงใหม่ กลายเป็นเรื่องราวการเดินทางตลอด 30 ปีของวง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ทันทีที่ Overture ดังขึ้น ทั้งฮอลล์ก็ค่อย ๆ ดับแสงลง พร้อมภาพบนจอขนาดยักษ์ที่พาผู้ชมย้อนเวลากลับไปยังจุดเริ่มต้นของ SILLY FOOLS ผ่านการไล่เรียงวิวัฒนาการของโลโก้วง ตั้งแต่โลโก้แรกในยุค I.Q.180 เมื่อปี 1998 ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนผ่านสู่โลโก้ในแต่ละอัลบั้ม ทั้ง Candy Man, Mint, Juicy, King Size, The One จนถึงปัจจุบัน สร้างเสียงฮือฮาและเสียงปรบมือจากแฟนเพลงที่เติบโตมากับทุกช่วงเวลาของวง ราวกับกำลังได้เปิดอัลบั้มความทรงจำไปพร้อมกันทั้งฮอลล์
และเมื่อโลโก้สุดท้ายปรากฏขึ้นอย่างสมบูรณ์ สมาชิกทั้ง 4 คน ริม – กฤษณะ ปานดอนลาน (นักร้องนำ), ต้น – จักริน จูประเสริฐ (กีตาร์), หรั่ง – เทวฤทธิ์ ศรีสุข (เบส), ต่อ – ต่อตระกูล ใบเงิน (กลอง) ก็ปรากฏตัวบนเวที ท่ามกลางเสียงต้อนรับกึกก้อง ก่อนจะระเบิดความมันส์ด้วย “แล้วแต่แป๊ะ”, “ไม่หวั่นแม้วันมามาก”, “น้ำลาย”, “150 c.c.”, “บั้นท้าย”, “หนึ่งเดียวของฉัน” และ “แกล้ง” บทเพลงจากหลากหลายยุคที่ประกาศให้ทุกคนรู้ว่า ดนตรีในแบบ SILLY FOOLS ยังคงมีลมหายใจ และพร้อมจะถูกส่งต่อไปยังคนดูอีกหลายรุ่น
SILLY FOOLS ยังเลือกนำเพลงใหม่ล่าสุดอย่าง “ไม่เคยไกลพอ” มาบรรจุไว้ในโชว์ เพื่อบอกเล่าการเดินทางของวงตลอด 30 ปี ก่อนจะพาแฟนเพลงย้อนกลับไปสู่ช่วงเวลาที่หลายคนเติบโตมาด้วยกัน ผ่าน “ฟังดูง่ายง่าย”, “เมื่อรักฉันเกิด”, “อย่าบอกว่ารัก”, “คนที่ฆ่าฉัน”, “นางฟ้า” และ “Hey” ก่อนจะเปิดพื้นที่ให้กับความสดใสกับการปรากฏตัวของ BOWLYLION (โบกี้ไลอ้อน) ที่มาร่วมถ่ายทอด “คิดถึง” และ “จงเรียกเธอว่านางพญา” สองบทเพลงต่างยุคที่เชื่อมโยงศิลปินสองเจเนอเรชันที่มีความผูกพันด้วยดนตรีเข้าไว้ด้วยกัน
อีกหนึ่งช่วงเวลาที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย คือ “หน้าไม่อาย”, “ไม่” และ “พ่อ-แม่-ลูก”ก่อนส่งต่อเวทีสู่ Drum Solo & Special Performance ที่ไม่ได้เป็นเพียงการโชว์ฝีมือทางดนตรี แต่เป็นการส่งต่อสายเลือดของครอบครัวนักดนตรี เมื่อ ต่อ มือกลอง ได้ชวนลูกชายทั้งสองคน ไข่ตุ๋น – กฤษฏ์ และ ไข่เต่า – มาฆ ใบเงิน ขึ้นมาร่วม Battle ผ่านเมดเลย์ที่ได้ฝังเมลอดี้เพลงสำคัญไว้ในนั้น อย่าง “น้ำนิ่งไหลลึก”, “ปรักปรำ” และ “มันแอบอยู่ข้างเครื่อง”ถ่ายทอดพลังของคนดนตรีจากรุ่นสู่รุ่นอย่างดุเดือด
คอนเสิร์ตยังเติมอรรถรสให้เข้มข้นขึ้น หลังจาก “ผิดที่ไว้ใจ”, “ไหนว่าจะไม่หลอกกัน”และ “ผู้ยิ่งใหญ่” พาแฟนเพลงลุกขึ้นร้องไปพร้อมกันทั้งฮอลล์ ด้วย Bass Solo ในบทเพลง “Dance With Me” ผลงานที่ หรั่ง มือเบส แต่งไว้เมื่อกว่า 18 ปีก่อน แต่ไม่เคยถูกนำมาแสดงสดมาก่อน โดยได้ กัน – กันตพิชญ์ ยาวิราช และ เมย์ – พัชรพงศ์ เรืองหิรัญวงศ์ มาร่วมเติมเต็มให้บทเพลงนี้มีชีวิตขึ้นบนเวทีเป็นครั้งแรก
หลังจากนั้น สปอร์ตไลท์สาดส่องมาที่ Mini Stage กลางฮอลล์ เสียงร้องนำของริม ดังขึ้นพร้อมกับเสียงเปียโนจาก Millie Snow (มิลลี่สโนว์) หรือ มิลลี่ – ศิริชฎา ร่วมฤดีกูล ที่มาร่วมสร้างซีนประทับใจ หยุดคนดูไว้ผ่านเพลง “20 ตุลา” และ “เหนื่อย” ก่อนพาผู้ชมเดินทางสู่ Chapter สำคัญของ SILLY FOOLS เรียกเสียงปรบมือดังกึกก้องทันทีที่เงาปรากฏบนเวที ผ่านการกลับมาของ เบนจามิน จุง ทัฟเนล อดีตนักร้องนำของวง ผู้เคยฝากผลงานไว้ในอัลบั้ม The One กับบทเพลง “โง่”, “ทำร้าย”, “พัก” และ “สุญญากาศ” กลายเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่เรียกเสียงร้องและความประทับใจจากแฟนเพลง ที่ยังคงเป็นอีกหนึ่งความทรงจำสำคัญของแฟนเพลงที่คิดถึง

เมื่อการเดินทางตลอด 30 ปีเดินมาถึงช่วงท้าย วงได้เลือกเปิดบทสุดท้ายด้วย “แพ้ความอ่อนแอ” ซิงเกิลที่ปล่อยในปี 2021 มียอดวิวสูงถึง 189 ล้านวิวบน YouTube และยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรวมถึงรับรางวัลอีกมากมาย ถือเป็นบทเพลงที่ไม่เพียงเป็นการกลับมาของวง แต่ยังเป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้พวกเขาเชื่อมั่นว่ายังมีแฟนเพลงที่พร้อมจะเดินเคียงข้างกัน
ก่อนจะไปต่อกับเพลง “เพียงรัก”, “เพลงนี้เกี่ยวกับความรัก”, “ขี้หึง”, “เทพลีลา”, “บ้าบอ”, “ฝัน”, “วัดใจ” และ “จิ๊จ๊ะ” เปลี่ยนอิมแพ็ค อารีนา ให้กลายเป็นเวทีแห่งความทรงจำ ที่ไม่มีคำว่าอดีตหรือปัจจุบัน มีเพียงแค่แฟนเพลงทุกยุคที่กำลังร้องเพลงเดียวกันอย่างสุดเสียง ตลอดกว่า 4 ชั่วโมงเต็ม ด้วยหัวใจของคนที่รัก
ก่อนที่ SILLY FOOLS จะกลับขึ้นเวทีอีกครั้งในช่วง Encore พร้อมปิดค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์ด้วย “สู้ไม่ได้” บทเพลงจากอัลบั้ม I.Q.180 ที่เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการเดินทางทั้งหมด และตอกย้ำอีกครั้งว่า ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนแปลงไป แต่สิ่งที่ยังคงอยู่ คือ ครอบครัว SILLY FOOLS ที่รวมแฟนเพลงหลายเจเนอเรชันที่เติบโตพร้อมกับวง กับทุกบทเพลงที่อยู่ในทุกช่วงจังหวะของชีวิต
เพราะสุดท้ายแล้ว… “ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด บทเพลงของ SILLY FOOLS จะไม่มีวันตาย”



















![[aespa WEEK – MAKE IT LEMONADE] in BANGKOK’ เปิดให้เข้าชมแล้วจนถึงวันที่ 14 มิถุนายนนี้ ! ณ เซ็นทรัลชิดลม](https://starenews.com/wp-content/uploads/2026/06/สำเนาของ-StarEnews_Cover_20260610_004741_0000-100x75.jpg)


