“วิน เมธวิน” ลุยเปิดสาขาใหม่ “SOURI” ณ ชั้น 3 One Bangkok

“วิน เมธวิน” ธุรกิจเติบโตต่อเนื่อง!! ลุยเปิดสาขาใหม่ “SOURI Flagship store” ยืนหนึ่งเป็นร้านขนมอร่อยครองใจผู้คน ที่ ชั้น 3 One Bangkok 

SOURI 13 scaled “วิน เมธวิน” ลุยเปิดสาขาใหม่ “SOURI” ณ ชั้น 3 One Bangkok

เพราะทุกคำคือความอร่อยที่มาพร้อมกับรอยยิ้มและการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องของแบรนด์ “SOURI” (ซูรี) ที่ยืนหนึ่งร้านขนมสไตล์ Contemporary Patisserie โดยมีมาการองสุดขึ้นชื่อที่ใครๆ ได้ลิ้มลองก็ต้องติดใจในรสชาติความอร่อย ล่าสุดนักแสดงหนุ่มฮอต วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร พร้อมด้วย 2 พี่สาวผู้ก่อตั้งแบรนด์ หมิง-มินตรา และ ไอซ์-กษนันท์ โอภาสเอี่ยมขจร ได้จัดงาน Grand Opening ร้าน “SOURI” ที่บริเวณชั้น 3 One Bangkok ซึ่งเป็นสาขาที่ 15 โดยเปิดเป็นแบบ Permanent Store ใหญ่ที่สุด พร้อมทั้งตกแต่งในสไตล์ Art Deco ผสมผสานความคลาสสิกและทันสมัยด้วย Mood & Tone ที่สดใสสบายตา และทุกเมนูยังถูกรังสรรค์ขึ้นมาอย่างพิถีพิถันโดยใช้วัตถุดิบคุณภาพ ภายใต้สโลแกน “Your Smile Is Our Favorite” นอกจากจะมีขนมแสนอร่อยอย่าง Macaron, Madeleines และ Choux ให้ได้ชิมจนฟินกันอย่างจุใจแล้ว ยังมี Plated Dessert 7 เมนูพิเศษสไตล์ Contemporary Patisseries อย่าง Signature Corn Soup, Banoffee Millefeuille, French Toast Stick, Berries French Toast Sticks และไอศกรีมพรีเมียมหลากรส พร้อมเอาใจสาย Brunch และชาวออฟฟิศ ด้วย Savory Menu ที่มีทั้งครัวซองต์เเละเบเกิลที่ทุกคนสามารถ customize ได้ พร้อมกับเครื่องดื่ม ที่ SOURI ตั้งใจรังสรรค์และพิถีพิถันในการเลือกวัตถุดิบในทุกเมนู เพื่อให้ได้รสชาติที่จะสร้างรอยยิ้มตั้งแต่คำแรกที่ได้ทาน พร้อมตอกย้ำถึงคุณภาพที่เป็นยิ่งกว่าคำว่า hand made แต่ heart made สุดๆ เพื่อมอบความสุขและรอยยิ้มให้กับทุกคนผ่านขนมในทุกๆวัน สมกับความหมายของ SOURI ที่แปลว่า “รอยยิ้ม” ในภาษาฝรั่งเศส

SOURI 8 scaled “วิน เมธวิน” ลุยเปิดสาขาใหม่ “SOURI” ณ ชั้น 3 One Bangkok

โดย “วิน” เผยว่า “สาขาแห่งนี้เป็นสาขาที่ 15 และเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดที่เราตั้งใจเปิดพื้นที่ให้เป็นแหล่งรวมขนมแสนอร่อยที่พอเวลาทุกคนได้ทานแล้วจะมีรอยยิ้มติดใจในรสชาติ ซึ่งผมก็ต้องขอขอบคุณทุกเสียงตอบรับของทุกท่านที่ทำให้ SOURI เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ผมและทีมงานทุกคนก็จะตั้งใจที่คิดค้นและพัฒนาเมนูใหม่ๆ อยู่เสมอ เพื่อตอบโจทย์ตามความต้องการของทุกคน ซึ่งที่นี่นอกจากจะมี Macaron, Madeleine, ไอศกรีม, เมนู Plated Dessert and Savory ซึ่งเป็นที่นิยมอยู่แล้ว ก็ยังมีเมนูใหม่ที่อยากจะแนะนำคือ Choux ที่มาในรูปแบบใหม่ 6 รสชาติ ที่มาพร้อมกับไส้ครีมที่อัดแน่นอยู่ตรงกลางที่เข้มข้นและกลมกล่อมให้ลูกค้าได้เห็นถึงความอร่อยตั้งแต่ได้มอง พร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษและน่าจดจำในทุกคำ สุดท้ายขอฝากให้ทุกคนแวะมาชิมกันเยอะๆ นะครับ”

SOURI 7 scaled “วิน เมธวิน” ลุยเปิดสาขาใหม่ “SOURI” ณ ชั้น 3 One Bangkok

สามารถไปลิ้มลองขนมแสนอร่อยที่มาพร้อมกับรอยยิ้มกันได้แล้ววันนี้ที่ร้าน SOURI Flagship store @ One Bangkok ตั้งอยู่บริเวณชั้น ชั้น 3 One Bangkok เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 10.00-22.00 น.

SOURI 11 “วิน เมธวิน” ลุยเปิดสาขาใหม่ “SOURI” ณ ชั้น 3 One Bangkok SOURI 12 scaled “วิน เมธวิน” ลุยเปิดสาขาใหม่ “SOURI” ณ ชั้น 3 One Bangkok SOURI 14 “วิน เมธวิน” ลุยเปิดสาขาใหม่ “SOURI” ณ ชั้น 3 One Bangkok SOURI 1 scaled “วิน เมธวิน” ลุยเปิดสาขาใหม่ “SOURI” ณ ชั้น 3 One Bangkok SOURI 2 scaled “วิน เมธวิน” ลุยเปิดสาขาใหม่ “SOURI” ณ ชั้น 3 One Bangkok SOURI 3 scaled “วิน เมธวิน” ลุยเปิดสาขาใหม่ “SOURI” ณ ชั้น 3 One Bangkok SOURI 5 scaled “วิน เมธวิน” ลุยเปิดสาขาใหม่ “SOURI” ณ ชั้น 3 One Bangkok SOURI 4 scaled “วิน เมธวิน” ลุยเปิดสาขาใหม่ “SOURI” ณ ชั้น 3 One Bangkok SOURI 10 scaled “วิน เมธวิน” ลุยเปิดสาขาใหม่ “SOURI” ณ ชั้น 3 One Bangkok SOURI 9 scaled “วิน เมธวิน” ลุยเปิดสาขาใหม่ “SOURI” ณ ชั้น 3 One Bangkok

#SOURI

#SOURIBKK

#ข่าวบันเทิง #ไลฟ์สไตล์ #StarEnews

“เจฟ ซาเตอร์” จัดเต็มกับมินิคอนเสิร์ตในงาน “Make A Bold Move With The Kia EV5”

“เกีย เซลส์ (ประเทศไทย)” แทคทีม “เจฟ ซาเตอร์” ในงาน “Make A Bold Move With The Kia EV5” จัดเต็มกับมินิคอนเสิร์ต ฉลองการทรานส์ฟอร์มแบรนด์และความสำเร็จของ The Kia EV5

บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน Make A Bold Move With The Kia EV5 ฉลองความสำเร็จของการเปิดตัว The Kia EV5 รถยนต์เอสยูวีขนาดกลาง ไฟฟ้า 100% ที่ให้ความอเนกประสงค์เต็มรูปแบบ ส่งมอบความบันเทิงและโมเมนต์สุดประทับใจให้กับเหล่าลูกค้า ดีลเลอร์ และแฟน ๆ ของ เจฟ ซาเตอร์ พรีเซนเตอร์ The Kia EV5 ด้วยการมอบประสบการณ์สุดพิเศษผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ภายในงานที่ชวนให้ทุกคนได้สัมผัสกับความกล้า (BOLD) ไปกับ The Kia EV5 พร้อมแทคทีม ‘เจฟ ซาเตอร์’ จัดมินิคอนเสิร์ตสร้างโมเมนต์ความประทับใจให้ผู้ร่วมงานในค่ำคืนสุดพิเศษแบบจัดเต็ม โดยกิจกรรมจัดขึ้น ณ เซ็นทรัลเวิลด์ ไลฟ์ ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

jeff satur make a bold move with the kia ev5 จัดเ 9 "เจฟ ซาเตอร์" จัดเต็มกับมินิคอนเสิร์ตในงาน "Make A Bold Move With The Kia EV5"

นายฌ็อง–ดาวิด คริสติญอง อาเรล รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์และการตลาด บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า “สำหรับมินิคอนเสิร์ต ‘Make A Bold Move With The Kia EV5’ ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ คือ หนึ่งในกิจกรรมที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการสร้างจุดยืนของแบรนด์และแชร์โมเมนต์ร่วมกับลูกค้าเกีย ดีลเลอร์ และพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ และเพื่อปรับเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อแบรนด์เกีย เราจึงได้เดินหน้าจัดกิจกรรมเพื่อสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายในชีวิตให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นงานเปิดตัว The Kia EV5 และ The Kia EV9 ที่จัดขึ้นในรูปแบบ Immersive Exhibition เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเร่งพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าของเกีย ไปจนถึงกิจกรรม Kia EV Playground ที่จัดขึ้นเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ จนถึงมินิคอนเสิร์ต Make A Bold Move With The Kia EV5 สุดพิเศษในครั้งนี้ที่จัดขึ้นเพื่อฉลองความสำเร็จของ The Kia EV5 ในประเทศไทย รวมถึงยังเป็นการแสดงความขอบคุณให้กับคอมมูนิตีของลูกค้าเกีย ตัวแทนจำหน่ายเกีย และพาร์ทเนอร์ รวมถึงแฟน ๆ ของเจฟ ซาเตอร์ ทั่วประเทศ เราเชื่อว่าการสร้างความผูกพันด้านอารมณ์กับลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายด้วยการมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับทุกคน คือ วิธีที่ดีที่สุดในการสร้าง Brand Love”

jeff satur make a bold move with the kia ev5 จัดเ 1 scaled "เจฟ ซาเตอร์" จัดเต็มกับมินิคอนเสิร์ตในงาน "Make A Bold Move With The Kia EV5"

ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Make A Bold Move” ภายในงานอัดแน่นด้วยกิจกรรมต่าง ๆ มากมายที่เปิดให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสกับเรื่องราวความกล้าที่จะจุดประกายให้ทุกคนกล้าที่ก้าวออกจากคอมฟอร์ทโซนและเปิดรับการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ในชีวิต โดยไฮไลต์สำคัญของงานนี้ คือ การแสดงมินิคอนเสิร์ตจาก ‘เจฟ ซาเตอร์’ พรีเซนเตอร์ The Kia EV5 โดยก่อนจะเข้าสู่โชว์หลักของมินิคอนเสิร์ต

jeff satur make a bold move with the kia ev5 จัดเ 11 "เจฟ ซาเตอร์" จัดเต็มกับมินิคอนเสิร์ตในงาน "Make A Bold Move With The Kia EV5"
เจฟได้เปิดการแสดงด้วยเพลง ‘ไม่กล้า ไม่เกิด (Make A Bold Move)’ ซึ่งเป็นเพลงพิเศษที่สร้างสรรค์ขึ้นสำหรับแคมเปญ Make A Bold Move โดยเฉพาะ และเป็นเพลงที่เจฟมีส่วนในการเรียบเรียงเนื้อร้องและทำนองจากเรื่องราวความกล้า และแรงบันดาลใจของตัวเอง (สามารถรับฟังเวอร์ชันเต็มของเพลงได้ที่ https://www.youtube.com/@kia.thailand) ด้วยเนื้อหาของเพลงและท่วงทำนองที่หนักแน่น ส่งให้บรรยากาศมินิคอนเสิร์ตเต็มไปด้วยพลังและความสนุกตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น เรียกได้ว่างาน “Make A Bold Move with The Kia EV5” ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการชวนให้ทุกคนได้สัมผัสกับตัวตนของแบรนด์เกีย และ The Kia EV5 แล้ว แต่ยังเป็นกิจกรรมที่ทำให้เกียและลูกค้า รวมถึงผู้ร่วมงานทุกคนได้มีประสบการณ์ดี ๆ ร่วมกันอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ผู้ร่วมงานยังได้สัมผัสความโดดเด่นของรถยนต์ The Kia EV5 และ The Kia EV9 ที่เกียได้นำมาจัดแสดงให้ได้เห็นถึงจุดเด่นต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด โดย The Kia EV5 คือ รถเอสยูวีขนาดกลาง ไฟฟ้า 100% ที่มีระยะขับขี่ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งไกลสูงสูงสุดถึง 665 กิโลเมตร และโดดเด่นในเรื่องความอเนกประสงค์และรูปทรงที่ถูกออกแบบให้มีความเป็นรถเอสยูวีอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นความกว้างขวางห้องโดยสารและพื้นที่ใช้สอย ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัย และฟีเจอร์มากมายที่มอบความสะดวกสบายในระดับพรีเมียมให้กับผู้ขับและผู้โดยสาร สิ่งเหล่านี้ทำให้ The Kia EV5 ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี ปัจจุบัน The Kia EV5 ที่จำหน่ายในไทยมีทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ได้แก่ 1) The Kia EV5 Light 2) The Kia EV5 Air 3) The Kia EV5 Earth Long Range และ 4) The Kia EV5 Earth Exclusive AWD โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 1,299,000 บาท The Kia EV9 รถยนต์เอสยูวีพรีเมียมขนาดใหญ่ 6 ที่นั่ง ไฟฟ้า 100% ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในประเทศไทย โดยรถยนต์รุ่นนี้เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการประสบการณ์การขับขี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้ารูปแบบใหม่ ที่โดดเด่นเรื่องความอเนกประสงค์และความสะดวกสบาย และมีตัวเลือกการปรับที่นั่งได้หลากหลาย นอกจากนี้ The Kia EV9 ยังได้รับรางวัลจากเวทีระดับโลกมากมาย อาทิ รถครอบครัวยอดเยี่ยมปี 2566 (Family Car of the Year) จาก นิตยสารยานยนต์ที่โด่งดังของโลกอย่าง Top Gear รวมถึงได้รางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมของโลกและรถยนต์ไฟฟ้ายอดเยี่ยมของโลกปี 2567 จากงาน World Car Awards ปี 2567

jeff satur make a bold move with the kia ev5 จัดเ 3 scaled "เจฟ ซาเตอร์" จัดเต็มกับมินิคอนเสิร์ตในงาน "Make A Bold Move With The Kia EV5"

เจฟ ซาเตอร์ พรีเซนเตอร์ The Kia EV5 กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้ร่วมงานครั้งนี้ว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเกียในฐานะพรีเซนเตอร์ The Kia EV5 และเจ้าของ The Kia EV5 Earth Exclusive AWD ต้องบอกว่า The Kia EV5 ไม่เพียงแต่มีดีไซน์ที่ทันสมัย แต่ยังตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผมด้วย ทั้งในด้านการขับขี่ประจำวัน และการเดินทางในสไตล์ที่ผมชื่นชอบ นอกจากนี้หลายครั้งที่ผมเองก็มักจะได้แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานจากการได้ใช้เวลากับตัวเองในรถ สุดท้ายนี้ ขอบคุณ เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ที่จัดงานพิเศษนี้ขึ้นมาเพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกค้าและแฟน ๆ ของผม การร่วมงานกันในครั้งนี้เป็นความร่วมมือที่น่าประทับใจมากในการสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ให้กับทุกคน และผมหวังว่าทุกคนจะได้รับแรงบันดาลใจในการก้าวออกมาทำตามความฝันอย่างกล้าหาญเช่นเดียวกับ The Kia EV5”

jeff satur make a bold move with the kia ev5 จัดเ 4 scaled "เจฟ ซาเตอร์" จัดเต็มกับมินิคอนเสิร์ตในงาน "Make A Bold Move With The Kia EV5" jeff satur make a bold move with the kia ev5 จัดเ 7 "เจฟ ซาเตอร์" จัดเต็มกับมินิคอนเสิร์ตในงาน "Make A Bold Move With The Kia EV5" jeff satur make a bold move with the kia ev5 จัดเ 6 "เจฟ ซาเตอร์" จัดเต็มกับมินิคอนเสิร์ตในงาน "Make A Bold Move With The Kia EV5" jeff satur make a bold move with the kia ev5 จัดเ 5 "เจฟ ซาเตอร์" จัดเต็มกับมินิคอนเสิร์ตในงาน "Make A Bold Move With The Kia EV5" jeff satur make a bold move with the kia ev5 จัดเ 8 "เจฟ ซาเตอร์" จัดเต็มกับมินิคอนเสิร์ตในงาน "Make A Bold Move With The Kia EV5" jeff satur make a bold move with the kia ev5 จัดเ 9 "เจฟ ซาเตอร์" จัดเต็มกับมินิคอนเสิร์ตในงาน "Make A Bold Move With The Kia EV5" jeff satur make a bold move with the kia ev5 จัดเ 10 "เจฟ ซาเตอร์" จัดเต็มกับมินิคอนเสิร์ตในงาน "Make A Bold Move With The Kia EV5"

#MakeABoldMoveWithTheKiaEV5
#Kia #KiaV5 #JeffSatur
#ข่าวบันเทิง #ไลฟ์สไตล์ #StarEnews

ณเดชน์ คูกิมิยะ นั่งแท่นแบรนด์แอม RADIESSE(+)

ครั้งแรกของซุปตาร์ตัวพ่อ “ณเดชน์ คูกิมิยะ” กับการก้าวสู่วงการนวัตกรรมความงาม! นั่งแท่นแบรนด์แอม RADIESSE(+) ร่วมเผยกรอบหน้าคมชัด ดึงดูดทุกสายตา ในงาน Merz Aesthetics Expo, The Showcase of Confidence for All

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย บริษัทชั้นนำระดับโลก ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์สำหรับใช้ในคลินิกเสริมความงาม สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ในงาน Merz Aesthetics Expo, The Showcase of Confidence for All ชวน “ณเดชน์ คูกิมิยะ” ซุปตาร์ตัวพ่อของวงการบันเทิงไทย ผู้มีเสน่ห์ครองใจแฟนๆ ทั่วประเทศ เผยถึงบทบาทใหม่ล่าสุด กับการร่วมงานกับแบรนด์ชั้นนำระดับโลกแห่งวงการเสริมความงาม ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ RADIESSE(+) (เรเดียสซ์ พลัส) นวัตกรรมล่าสุดจากแฟรนไชส์ RADIESSE ที่ช่วยยกกระชับผิว และปรับกรอบหน้าให้คมชัด (Lift & Contour) ทำให้โครงหน้าดูมีมิติ โดดเด่นทุกมุมมอง เพิ่มแรงดึงดูดทุกสายตา งานนี้นับเป็นครั้งแรกที่พระเอกหนังพันล้าน[1]อย่างณเดชน์ ได้ก้าวเข้าสู่วงการเสริมความงามอย่างเต็มตัว!

Merz Aesthetics RADIESSE 4 ณเดชน์ คูกิมิยะ นั่งแท่นแบรนด์แอม RADIESSE(+)

พร้อมกันนี้ เมิร์ซ เอสเธติกส์ ยังสร้างความตื่นเต้นให้กับวงการความงาม ด้วยการเผยแคมเปญส่งท้ายปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด Magnetic Face by RADIESSE(+) ตอบทุกโจทย์ตรงจุดของคนที่หลงใหลให้กรอบหน้าเป๊ะที่ได้แรงบันดาลใจจากเทรนด์การปรับกรอบหน้าให้คมชัด ซึ่งอ้างอิงจากผลการศึกษาผู้บริโภคออนไลน์ ในกลุ่มเป้าหมายอายุ 20-49 ปี พบว่า 74% ของคนไทย มีความต้องการปรับกรอบหน้าหรือ Jawline ให้ดูดีขึ้นซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในหัตถการที่เป็นที่นิยมสูงสุดตลอดกาลทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เห็นได้จากเหล่าเซเลปและดาราระดับ A-list ที่ไม่ว่าจะสวมแว่นดำหรืออยู่ท่ามกลางฝูงชน ก็ยังโดดเด่นด้วยกรอบหน้าที่คมชัด ดึงดูดสายตา ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างเสน่ห์ให้กับใบหน้า เพราะกรอบหน้าที่คมชัดไม่เพียงช่วยเสริมใบหน้าให้ดูโดดเด่น แต่ยังเพิ่มมิติและทำให้ดูน่ามองมากขึ้น นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เมิร์ซ เอสเธติกส์ มองเห็นโอกาสในการพัฒนานวัตกรรมการปรับกรอบหน้า ด้วยแคลเซียมไฮดรอกซิวอะพาไทต์ (CaHA) ไมโครสเฟียร์ ที่ช่วยสร้าง Jawline (กรอบหน้า) อย่างเป็นธรรมชาติ โดยปัจจุบัน RADIESSE(+) ได้รับความไว้วางใจจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในกว่า 85 ประเทศทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นแบรนด์เดียวที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากทวีปยุโรป สหรัฐอเมริกา และประเทศไทย ทำให้ผู้ใช้สามารถมั่นใจได้ในประสิทธิภาพและความปลอดภัยของ RADIESSE(+)

Merz Aesthetics RADIESSE 2 ณเดชน์ คูกิมิยะ นั่งแท่นแบรนด์แอม RADIESSE(+)

ณเดชน์ คูกิมิยะ ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ RADIESSE(+) ผู้มีกรอบหน้าคมชัดเป็นเอกลักษณ์และเป็นตัวแทนที่สามารถตอกย้ำการมี Magnetic Face ได้ดีที่สุด เผยว่า “ความรับผิดชอบของผมมีหลายอย่าง ทั้งเรื่องชีวิต ครอบครัว หน้าที่การงาน การออกกำลังกาย แต่ผมไม่ลืมที่จะให้รางวัลตัวเองอยู่เสมอ ผมมักจะใช้เวลาทบทวนและหันกลับมามองตัวเอง และเลือกทำอะไรที่ตอบโจทย์ตัวเองมากยิ่งขึ้น อย่างการดูแลตัวเองซึ่งถือเป็นเรื่องพื้นฐานในปัจจุบัน ไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชาย เพราะความสวยงามที่เกิดจากจิตใจ อารมณ์ ร่างกาย จะส่งผลบวกไปยังคนรอบข้างของเรา วันนี้ ผมขอแนะนำนวัตกรรมที่ผมเชื่อมั่น RADIESSE(+) ซึ่งได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก ที่จะช่วยสร้าง Jawline เสริมความมั่นใจ สร้างความดูดีและดึงดูดทุกสายตา ตอบโจทย์ตรงใจการดูแลตัวเองของผมที่สุด”

Merz Aesthetics RADIESSE 5 ณเดชน์ คูกิมิยะ นั่งแท่นแบรนด์แอม RADIESSE(+)

ภายในงาน แพทย์หญิง อรุณี ทองอัครนิโรจน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการยกกระชับปรับรูปหน้า ในฐานะ Merz Aesthetics Key Opinion Leader ได้ร่วมแชร์ประสบการณ์ในการสร้างความมั่นใจด้วยศาสตร์การปรับกรอบหน้า โดยกล่าวว่า “เมื่อเราอายุมากขึ้น สภาพแวดล้อมและการดูแลตัวเองส่งผลให้โครงสร้างผิวเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเป็นปัจจัยทำให้ความชัดเจนของกรอบหน้าหายไป RADIESSE(+) จึงเป็นนวัตกรรมล่าสุดของเมิร์ซ เอสเธติกส์ที่เข้ามาตอบโจทย์การปรับ Jawline ให้คมชัด โดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยเทคโนโลยี CaHA Microsphere ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่สวย คม ชัด ทันที อยู่ได้ยาวนานถึง 2 ปี แตกต่างจากทรีตเมนต์ปรับรูปหน้าหรือกรอบหน้าอื่นๆ ซึ่งการมีกรอบหน้าคมชัดไม่เพียงช่วยเสริมความมั่นใจ แต่ยังช่วยดึงดูดสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต เพราะไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็มีเสน่ห์ที่ดึงดูดคนรอบข้าง หรือแม้แต่ในรูปถ่ายก็ดูมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น”

Merz Aesthetics RADIESSE 1 ณเดชน์ คูกิมิยะ นั่งแท่นแบรนด์แอม RADIESSE(+)

ทั้งนี้ งานเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์และแคมเปญใหม่จาก RADIESSE(+) เป็นส่วนหนึ่งของ Merz Aesthetics Expo, The Showcase of Confidence for All งานเอ็กซ์โปนวัตกรรมเสริมความงามสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ซึ่งเป็นงานที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ในการเสริมสร้างความมั่นใจให้กับคนไทยผ่านแนวคิด “Confidence to Be” ที่สนับสนุนให้ทุกคนเป็นตัวเองอย่างมั่นใจ โดยภายในงาน เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ค้นพบตัวตนที่สร้างสรรค์ได้ในแบบของตัวเอง ผ่านแกลเลอรี่ภาพถ่ายจากช่างภาพชื่อดัง 3 ท่าน ที่สะท้อนมุมมองความมั่นใจที่หลากหลาย รวมถึงโซนโชว์เคสนวัตกรรมเสริมความงามล้ำสมัย และเวิร์กชอปบิวตี้และไลฟ์สไตล์จากผู้เชี่ยวชาญ ที่มอบทั้งความรู้และความสนุก ตั้งแต่วันนี้ – 27 ตุลาคม 2567 ณ แฟชั่น แกลเลอรี่ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน สามารถติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook ของ และ Line OA @merzbeautyconnect

Merz Aesthetics RADIESSE 3 ณเดชน์ คูกิมิยะ นั่งแท่นแบรนด์แอม RADIESSE(+)Merz Aesthetics RADIESSE 6 ณเดชน์ คูกิมิยะ นั่งแท่นแบรนด์แอม RADIESSE(+)Merz Aesthetics Expo 2024 1 ณเดชน์ คูกิมิยะ นั่งแท่นแบรนด์แอม RADIESSE(+)Merz Aesthetics Expo 2024 2 ณเดชน์ คูกิมิยะ นั่งแท่นแบรนด์แอม RADIESSE(+)Merz Aesthetics Expo 2024 3 ณเดชน์ คูกิมิยะ นั่งแท่นแบรนด์แอม RADIESSE(+)Merz Aesthetics Expo 2024 4 ณเดชน์ คูกิมิยะ นั่งแท่นแบรนด์แอม RADIESSE(+)

มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ขับเคลื่อนสู่ปีที่ 11 จัดกิจกรรม “มาเติมรอยยิ้ม ให้เต็มหัวใจ” 

มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ขับเคลื่อนสู่ปีที่ 11 จัดกิจกรรม “มาเติมรอยยิ้ม ให้เต็มหัวใจ” มอบทุนการศึกษาประจำปีให้กับน้อง ๆ ด้อยโอกาส และพิการ ภายใต้แนวคิด “เพาะรัก…อย่างยั่งยืน” บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ด้วยโอกาสแห่งการเรียนรู้

นับเป็นเวลา 11 ปี ที่ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ได้ขับเคลื่อนสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกลเพื่อให้เข้าถึงแหล่งเรียนรู้ ควบคู่ไปกับการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ผ่าน 4 กิจกรรมหลัก คือ กิจกรรม “เปิดโลกกว้าง สร้างรอยยิ้ม”, กิจกรรมมอบทุนการศึกษาประจำปี “มาเติมรอยยิ้ม ให้เต็มหัวใจ”, กิจกรรมการจัดทำและส่งมอบ “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” และ “โครงการปลูกผัก สร้างสุข สร้างรายได้” สำหรับการจัดกิจกรรมมอบทุนการศึกษาประจำปีและโบว์ลิ่งการกุศล “มาเติมรอยยิ้ม ให้เต็มหัวใจ” ในครั้งนี้ เป็นการร่วมสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา ภายใต้แนวคิด “เพาะรัก…อย่างยั่งยืน” ที่ได้เริ่มปลูกคนด้วยความรัก ความห่วงใย และความมุ่งมั่นตั้งใจ บ่มเพาะขยายพันธุ์สู่การสร้างโอกาสแห่งการเรียนรู้ ให้น้อง ๆ ซึ่งเป็นต้นกล้าเล็ก ๆ เติบโตเป็นต้นไม้ที่สมบูรณ์แข็งแรงอย่างยั่งยืนต่อไป

มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ เดินหน้าเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งการให้สู่ปีที่ 11 ผ่านหลากหลายกิจกรรมดี ๆ ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ ปี ตั้งแต่ กิจกรรม “เปิดโลกกว้าง สร้างรอยยิ้ม” กิจกรรมที่สร้างสรรค์โอกาสแห่งจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ให้น้องด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุได้เข้าชมภาพยนตร์ใน โรงภาพยนตร์ทุกสาขาของเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อเติมเต็มประสบการณ์และสร้างสรรค์พัฒนาการทางด้านจิตใจ พร้อมมอบความสุข รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ ซึ่งมูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ได้นำน้อง ๆ ที่ด้อยโอกาสเข้าชมภาพยนตร์แล้ว 311,717 คน และนำผู้สูงอายุเข้าชมภาพยนตร์แล้ว 60,572 คน รวมทั้งสิ้น 372,289 คน

กิจกรรมการจัดทำและส่งมอบ “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” อีกหนึ่งกิจกรรมเพื่อสังคมที่จัดต่อเนื่อง มาโดยตลอด เพื่อส่งมอบพื้นที่แห่งโอกาสและแบ่งปันความสุขให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลและเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน ภายใต้แนวคิด “โลกกว้างแห่งโอกาส” เพื่อเปิดโลกทัศน์และสร้างแรงบันดาลใจ ผ่านภาพยนตร์ การ์ตูน และสารคดีสร้างสรรค์ต่าง ๆ จากระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา ได้จัดทำและส่งมอบห้องหนังเพื่อการเรียนรู้ไปแล้ว 65 โรงเรียน 63 จังหวัด และในปีนี้ยังเดินหน้ามอบโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่องเป็น ปีที่ 8 อีก 10 โรงเรียน 10 จังหวัด คือ เพชรบุรี, สงขลา, ระยอง, พิษณุโลก, สตูล, ราชบุรี, นครพนม, สกลนคร ยะลา และพะเยา โดยมีเป้าหมายจะส่งมอบให้ครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ได้เริ่มกิจกรรมใหม่ล่าสุดกับ “โครงการปลูกผัก สร้างสุข สร้างรายได้” กิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียน ด้วยการเปลี่ยนพื้นที่ว่างในโรงเรียนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ให้น้อง ๆ ได้ทำกิจกรรมการปลูกผักกะละมังปลอดสารพิษ มุ่งเน้นให้น้อง ๆ เห็นคุณค่าของสิ่งใกล้ตัวสามารถพึ่งพาตนเอง และที่สำคัญให้น้อง ๆ นักเรียนได้เรียนรู้ลงมือฝึกปฏิบัติจริง เริ่มเรียนรู้ตั้งแต่การปลูกผัก เพาะต้นกล้า และย้ายต้นกล้า โดยนำผักที่ปลูกได้มาทำเป็นอาหารกลางวันรับประทานในโรงเรียน ส่วนผลผลิตที่เหลือสามารถนำไปขายเพื่อนำรายได้มาใช้ต่อยอดดูแลการปลูกผักและโรงเรือนเพื่อสร้างความยั่งยืนได้ต่อไป ซึ่งได้จัดทำและส่งมอบไปแล้ว 2 โรงเรียน 2 จังหวัด คือ โรงเรียนวัดหนองไม้ซุง จ.พระนครศรีอยุธยา และ โรงเรียนบ้านด่านเกวียน จ.นครราชสีมา และจะเดินหน้าจัดทำและส่งมอบในจังหวัดอื่น ๆ ต่อไป

รวมทั้ง กิจกรรม “มาเติมรอยยิ้ม ให้เต็มหัวใจ” กิจกรรมมอบทุนการศึกษาประจำปี 2567 และโบว์ลิ่งการกุศลในครั้งนี้ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ได้จีดมอบทุนการศึกษาประจำปีให้กับน้อง ๆ ที่ด้อยโอกาส 10 ทุน และน้อง ๆ ที่บกพร่องทางร่างกายและสติปัญญา 10 ทุน รวมปีละ 20 ทุน ทุนละ 10,000 บาท ซึ่งปัจจุบันได้มอบทุนการศึกษาไปแล้วทั้งหมด 160 ทุน ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดีอย่าง บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน), บริษัท แอลอีดี กรุ๊ป เซ็นเตอร์ จำกัด และ บริษัท แอลอีดี บิ๊ก ร่วมมอบโอกาสและเติมความสุขให้กับน้อง ๆ และจะนำไปใช้ในการดำเนินกิจกรรมเพื่อน้อง ๆ ด้อยโอกาสในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลต่อไป

ภายในงานได้รับเกียรติจาก วิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ พร้อมด้วย อรุโณชา ภาณุพันธ์, คมกริช ศิริรัตน์, อภิชาติ คงชัย คณะกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมกันมอบทุนการศึกษาให้ น้อง ๆ รวมถึงศิลปินดาราอย่าง โอม ภวัต จิตต์สว่างดี และ เล้ง ธนพล อู่สินทรัพย์ ที่มาร่วมสร้างความสุขและเติมแรงบันดาลใจผ่านเสียงเพลง พร้อมทัพศิลปิน อาทิ วุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์, นักแสดงจากภาพยนตร์ธี่หยด 2 ณัฐชา เจสสิก้า พาโดวัน, พีระกฤตย์ พชรบุณยเกียรติ, ทศพล หมายสุข, ธนัตถ์ศรันย์ ซำทองไหล และ กาจบัณฑิต ใจดี, นักแสดงจากภาพยนตร์วัยเป้ง 2 ณภควัต เกตุตรีกร, ธุวานนท์ ไตรคุป, กิตติพิพัฒน์ ม่วงไม้, คมคณต ทองหมั้น, ธนกร เร่งไพบูลย์วงษ์ และ ปภาดา ประกอบเสียง, แม่ปุ้ย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก, พนิดา เขื่อนจินดา นางสาวไทย ๒๕๖๗, พรศิริกุล พั่วทา, ชนาวีร์ ประสงค์กิจ, ชนพัฒน์ พรมมาสิม มาร่วมมอบความสุขและความบันเทิงให้กับน้อง ๆ ณ อินฟินีซิตี้ ฮอลล์ ชั้น 5 โรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์

1 2 มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ขับเคลื่อนสู่ปีที่ 11 จัดกิจกรรม “มาเติมรอยยิ้ม ให้เต็มหัวใจ”  2 1 มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ขับเคลื่อนสู่ปีที่ 11 จัดกิจกรรม “มาเติมรอยยิ้ม ให้เต็มหัวใจ”  6 1 มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ขับเคลื่อนสู่ปีที่ 11 จัดกิจกรรม “มาเติมรอยยิ้ม ให้เต็มหัวใจ”  3 มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ขับเคลื่อนสู่ปีที่ 11 จัดกิจกรรม “มาเติมรอยยิ้ม ให้เต็มหัวใจ”  9 มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ขับเคลื่อนสู่ปีที่ 11 จัดกิจกรรม “มาเติมรอยยิ้ม ให้เต็มหัวใจ”  7 มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ขับเคลื่อนสู่ปีที่ 11 จัดกิจกรรม “มาเติมรอยยิ้ม ให้เต็มหัวใจ”  15 มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ขับเคลื่อนสู่ปีที่ 11 จัดกิจกรรม “มาเติมรอยยิ้ม ให้เต็มหัวใจ” 

อัปเดตผังที่นั่ง – สิทธิพิเศษงาน DENTISTE’ x LISA Exclusive After Party ได้ที่นี่ด่วน!!

งาน DENTISTE’ X LISA Exclusive After Party 13 พฤศจิกายน 2567 ศึกษารายละเอียดผังที่นั่ง สิทธิพิเศษ และรูปแบบการร่วมสนุก ได้ที่นี่! ใครไม่อยากพลาดเช็กด่วน!!!

เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน ที่แฟน ๆ และลูกค้าเดนทิสเต้จะได้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับ ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ศิลปินระดับโลกชาวไทยใน 3 กิจกรรมจากเดนทิสเต้ ได้แก่ Sound Check ตามด้วย DENTISTE’ Presents LISA Fan Meetup in Asia 2024 – Bangkok และกิจกรรมสุดพิเศษ DENTISTE’ x LISA Exclusive After Party ในวันพุธที่ 13 พฤศจิกายน 2567 ณ ไบเทค ไลฟ์ (ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่)

อัปเดตผังที่นั่ง – สิทธิพิเศษงาน DENTISTE’ x LISA Exclusive After Party ได้ที่นี่ด่วน!!

งาน DENTISTE’ Presents LISA Fan Meetup in Asia 2024 – Bangkok และ DENTISTE’ X LISA Exclusive After Party จัดขึ้นวันไหน? จัดสถานที่ไหน?

  • วันพุธ 13 พฤศจิกายน 2567
  • ณ ไบเทค ไลฟ์
    • งาน DENTISTE’ Presents LISA Fan Meetup in Asia 2024 – Bangkok เวลา 19:00 น.
    • งาน DENTISTE’ X LISA Exclusive After Party เวลา 21.00-21.40 น.

ผังที่นั่งภายในงาน DENTISTE’ X LISA Exclusive After Party

อัปเดตผังที่นั่ง – สิทธิพิเศษงาน DENTISTE’ x LISA Exclusive After Party ได้ที่นี่ด่วน!!

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าเดนทิสเต้ มีอะไรบ้าง

อัปเดตผังที่นั่ง – สิทธิพิเศษงาน DENTISTE’ x LISA Exclusive After Party ได้ที่นี่ด่วน!!

ลูกค้าเดนทิสเต้ทุกที่นั่งรวมทั้งสิ้น 1,875 สิทธิ์ รับทันทีสิทธิพิเศษเข้าชม 3 กิจกรรมหลักเจอลิซ่าทั้ง

  • ซาวด์เช็ก-แฟนมีตอัป-อาฟเตอร์ปาร์ตี้ และรับ Exclusive postcard และ Exclusive Gift จากเดนทิสเต้ภายในงาน จัดเต็ม Benefit สำหรับ Top Spenders ได้ถ่ายรูปเก็บโมเมนต์ดี ๆ กับลิซ่า และรับลายเซ็นจากลิซ่าบนเวที

รูปแบบกิจกรรมร่วมสนุกงาน DENTISTE’ Presents LISA Fan Meetup in Asia 2024 – Bangkok และงาน DENTISTE’ X LISA Exclusive After Party

อัปเดตผังที่นั่ง – สิทธิพิเศษงาน DENTISTE’ x LISA Exclusive After Party ได้ที่นี่ด่วน!!

  • กิจกรรมที่ 1: พรีออเดอร์ ผลิตภัณฑ์ DENTISTE’ Premium Box Sets ได้แก่
    • DENTISTE’S VVIP Box Set 29,000 บาท (406 สิทธิ์)
    • DENTISTE’S VIP Box Set 19,500 บาท (369 สิทธิ์)
    • DENTISTE’S Green Set 8,000 บาท (450 สิทธิ์)
  • กิจกรรมที่ 2: ลุ้นเป็น 150 Top Spenders
  • กิจกรรมที่ 3: ลุ้นเป็น 500 Lucky Fans

แฟน ๆ ลิซ่า สามารถติดตามรายละเอียด เช็กสิทธิพิเศษ และสอบถามเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ https://www.dentiste-oralcare.com เฟซบุ๊ก Dentiste และ LINE Official Account: @dentiste_official

 

 

 

‘วิมานหนาม’ ทำรายได้ทั่วประเทศ 151 ล้านบาท พร้อมเดินทางฉายให้ชาวโลกได้ชม

‘วิมานหนาม’ ทำรายได้ทั่วประเทศ 151 ล้านบาท พร้อมเดินทางฉายให้ชาวโลกได้ชม

​‘วิมานหนาม’ ภาพยนตร์จากค่าย ‘จีดีเอช’ และ ‘ใจ สตูดิโอ’ ทำได้ดี ทำได้ถึง ปลุกกระแสความฟาดของตัวละครเรื่องความไม่เท่าเทียมให้กับผู้ชม จนทำรายได้ทั่วประเทศไปถึง 151 ล้านบาท ทำให้นักแสดงนำอย่าง เจฟ ซาเตอร์ และ อิงฟ้า วราหะ ขึ้นแท่นพระเอก นางเอก 100 ล้านเป็นที่เรียบร้อย พร้อมกันนี้ ‘วิมานหนาม’ ยังคงเดินหน้าฉายให้ผู้ชมทั่วโลกได้ชม อาทิ ออสเตรเลีย , นิวซีแลนด์, ฟิลิปปินส์, กัมพูชา, ลาว, สิงคโปร์, เวียดนาม, อินโนนีเซีย,ไต้หวัน ฯลฯ นอกจากนี้ยังได้เดินทางไปฉายที่เทศกาลหนังต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Toronto International Film Festival, Jakarta World Cinema, Hawai’I International Film Festival ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนกันยายนและตุลาคมที่ผ่านมา รวมทั้งเทศกาลหนัง OUTshine LGBTQ+Fall Film Festival – Fort Lauderdale, Miami October ณ เมือง Fort Lauderdale และ Miami ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนจะออกสู่สายตาชาวยุโรปเป็นครั้งแรกในเทศกาล Asian Film Festival Barcelona ที่จัดขึ้นที่เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน

1729863547651 ‘วิมานหนาม’ ทำรายได้ทั่วประเทศ 151 ล้านบาท พร้อมเดินทางฉายให้ชาวโลกได้ชม

เจฟ ซาเตอร์ เผยว่า “ผมขอเป็นตัวแทนทีมนักแสดง และทีมงานทุกคน ขอขอบคุณผู้ชมทั้งชาวไทยและต่างชาติจากทั่วโลกที่เป็นกำลังใจให้กับภาพยนตร์วิมานหนาม หนังเรื่องแรกของผม กับอิงฟ้า และน้องเก่งรวมถึงเป็นหนังเรื่องแรกของพี่บอสผู้กำกับด้วยครับ ผมรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มารับบททองคำในหนังเรื่องนี้ เป็นหนังที่ให้ประสบการณ์หลายๆ อย่างกับผม ให้ผมได้ร่วมแต่งเพลงและร้องเพลงเหมือนวิวาห์ เพลงประกอบภาพยนตร์ เป็นหนังที่ผมเล่นจบแล้วแต่ยังคิดถึงอยู่เลยครับ การเดินทางของภาพยนตร์วิมานหนามได้จบลงแล้วในประเทศไทย แต่กำลังเดินทางไปฉายในอีกหลายๆ พื้นที่ทั่วโลก ฝากเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะครับ”

1729863547724 ‘วิมานหนาม’ ทำรายได้ทั่วประเทศ 151 ล้านบาท พร้อมเดินทางฉายให้ชาวโลกได้ชม

​#วิมานหนาม

#TheParadiseOfThorns

#ข่าวบันเทิง #StarEnews

“คริปโตฯ เอาไว้ฟอกเงิน? – เงินดิจิทัลติดตามไม่ได้?” เข้าใจความปลอดภัยของคริปโตฯ

เข้าใจความปลอดภัยของคริปโตเคอร์เรนซี: ทำไมการตรวจสอบย้อนกลับจึงสำคัญสำหรับทุกคน โดย ดร. กร พูนศิริวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และผู้อำนวยการโครงการ Binance TH Academy บริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด

“คริปโตฯ เอาไว้ฟอกเงิน”

“เงินดิจิทัลติดตามไม่ได้”

เป็นคำพูดที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ ในสังคมไทย แต่ความจริงแล้วเป็นอย่างไร? ในฐานะผู้ที่ทำงานทั้งด้านการศึกษาและกลยุทธ์ในวงการสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรงในประเทศไทย ผมพบเจอความเชื่อผิด ๆ นี้อยู่บ่อยครั้ง ตรงกันข้าม ธุรกรรมคริปโตเคอร์เรนซีไม่เพียงสามารถติดตามได้ แต่ยังมีความโปร่งใสมากกว่าระบบการเงินแบบดั้งเดิมเสียอีก

ทำความเข้าใจง่าย ๆ เรื่องการตรวจสอบในบล็อกเชน

ลองเปรียบเทียบง่าย ๆ นะครับ ถ้าเราจ่ายเงินสดซื้อของในตลาด เราจะติดตามเงินนั้นได้ยากมาก แต่การใช้คริปโตฯ เหมือนกับการโอนเงินผ่านพร้อมเพย์ที่มีการเก็บประวัติทุกรายการ แต่เพิ่มความพิเศษตรงที่ทุกคนสามารถตรวจสอบได้ เหมือนกับมีสำเนาสมุดบัญชีที่โปร่งใสและแก้ไขไม่ได้ ที่ Binance TH ระบบนี้ช่วยป้องกันการทุจริตได้ดีกว่าระบบเดิม ๆ เสียอีก เทคโนโลยีบล็อกเชนจึงเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่ปลอดภัยและโปร่งใสมากขึ้น

ความปลอดภัยในบริบทประเทศไทยที่เห็นชัดเจน

ความโปร่งใสของบล็อกเชนตอบโจทย์อีกหนึ่งความกังวลที่พบบ่อย นั่นคือเรื่องความปลอดภัย ทุกธุรกรรมบนเครือข่ายคริปโตเคอร์เรนซี เหรียญยอดนิยมอย่าง Bitcoin และ Ethereum ถูกบันทึกถาวร สามารถตรวจสอบได้โดยสาธารณะ และไม่สามารถแก้ไขย้อนหลังได้ กลไกนี้สร้างความสามารถในการติดตามบน Chain ที่ไม่มีวันถูกทำลาย ซึ่งเหนือชั้นกว่าระบบการเงินทั่วไป

รายงานอาชญากรรมคริปโตล่าสุดจาก Chainalysis (2024) เผยว่าธุรกรรมคริปโตเคอร์เรนซีที่ผิดกฎหมายมีเพียง 0.24% ของปริมาณธุรกรรมคริปโตทั้งหมด การวิเคราะห์บล็อกเชนสมัยใหม่สามารถติดตามรูปแบบการทำธุรกรรมได้อย่างแม่นยำ ทำให้คริปโตเคอร์เรนซีกลายเป็นตัวเลือกที่ไม่เข้าท่าสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงการตรวจจับ

Dr.Korn Poonsirivong Chief Strategy Officer and Director Binance TH Academy by Gulf Binance 2 scaled "คริปโตฯ เอาไว้ฟอกเงิน? - เงินดิจิทัลติดตามไม่ได้?" เข้าใจความปลอดภัยของคริปโตฯ

ประเทศไทยกับการพัฒนาไปข้างหน้า

ประเทศไทยถือว่าเป็นผู้นำในภูมิภาคเรื่องการกำกับดูแลคริปโตฯ ก.ล.ต. ของเราออกกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน ทำให้ผู้ลงทุนไทยได้รับการคุ้มครองที่ดี เทียบเท่าการลงทุนในตลาดหุ้น จากรายงานการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลล่าสุดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เผยว่าปี 2566 ที่ผ่านมา ตลาดคริปโตฯ ไทยมีมูลค่าการซื้อขายกว่า 100,000 ล้านบาท โดยทุกธุรกรรมต้องผ่านการตรวจสอบตัวตน (KYC) เหมือนกับการเปิดบัญชีธนาคาร ทำให้ปลอดภัยกว่าการซื้อขายในตลาดต่างประเทศที่ไม่มีใบอนุญาต ทำให้สามารถติดตามธุรกรรมได้ 100%

แนวทางและข้อกำหนดในการขอใบอนุญาตที่ชัดเจนของ ก.ล.ต. ไทย ส่งผลให้ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนบนกระดานเทรดในประเทศต้องรักษามาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง ทั้งนี้ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รายงานว่าปีที่ผ่านมา สามารถติดตามธุรกรรมต้องสงสัยได้ถึง 95% นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าระบบคริปโตฯ ไม่ได้เอื้อต่อการทำผิดกฎหมายอย่างที่หลายคนเข้าใจ

มองไปข้างหน้า

เทคโนโลยีบล็อกเชนกำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว รายงานสินทรัพย์ดิจิทัลปี 2567 ของ World Economic Forum คาดว่าภายในปี 2569 ประสิทธิภาพการตรวจจับธุรกรรมผิดปกติจะพัฒนาขึ้นอีก 300% เมื่อเครื่องมือเหล่านี้พัฒนาขึ้น เราเห็นการเพิ่มขีดความสามารถในการจดจำรูปแบบ การติดตามแบบเรียลไทม์ และโมเดลการประเมินความเสี่ยงขั้นสูง

การศึกษาคือกุญแจสำคัญของคนไทย

จากการสำรวจล่าสุดของสมาคมฟินเทคประเทศไทย พบว่า 73% ของนักลงทุนคริปโตชาวไทยระบุว่า ความปลอดภัยและความสามารถในการติดตามตรวจสอบเป็นปัจจัยสำคัญอันดับหนึ่งในการเลือกแพลตฟอร์มการซื้อขาย สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจที่ลึกซึ้งมากขึ้นในผู้ใช้งานในตลาดของเรา ที่ Binance TH Academy เราจึงเน้นการให้ความรู้แบบเข้าใจง่าย ใช้ตัวอย่างที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของคนไทย

สรุป

ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเปลี่ยนมุมมองเรื่องคริปโตฯ จากความกลัวและความไม่เข้าใจ มาสู่การเรียนรู้และใช้ประโยชน์อย่างถูกต้อง ด้วยกฎระเบียบที่รัดกุมและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ประเทศไทยมีโอกาสที่จะเป็นศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลของภูมิภาค

สำหรับผู้ที่สนใจเรียนรู้เพิ่มเติม Binance TH Academy มีคอร์สออนไลน์ฟรี ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับคนไทย เน้นการประยุกต์ใช้จริงและการลงทุนอย่างปลอดภัย ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นจนถึงระดับมืออาชีพ

ดร. กร พูนศิริวงศ์ ผู้นำด้านกลยุทธ์และการศึกษาของ Gulf Binance โดยนำประสบการณ์ขั้นสูงด้านความปลอดภัยของสินทรัพย์ดิจิทัลและการพัฒนาตลาดมาสู่ระบบนิเวศคริปโตเคอร์เรนซีของประเทศไทยผ่าน Binance TH Academy ดร.กร มุ่งทำงานเพื่อยกระดับความเข้าใจในเทคโนโลยีบล็อกเชนและส่งเสริมแนวทางการซื้อขายที่ปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ

เกี่ยวกับบริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด

ไบแนนซ์ คือแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลโดยได้รับใบอนุญาตภายใต้ชื่อบริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท กัลฟ์ อินโนวา จำกัด (บริษัทในเครือของบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไบแนนซ์ แคปปิตอล แมเนจเมนท์ จำกัด (บริษัทในเครือของกลุ่ม Binance) สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชม เว็บไซต์ https://www.binance.th/th

เรื่องราวการเดินตามความฝันของ 7 วงศิลปิน K-pop ชื่อดังจาก HYBE LABELS ในนิทรรศการสุดพิเศษ The Daydream Believers: 꿈, 마침내 in Bangkok

เรื่องราวการเดินตามความฝันของ 7 วงศิลปิน K-pop ชื่อดังจาก HYBE LABELS อย่าง BTS, SEVENTEEN, fromis_9, TOMORROW X TOGETHER, ENHYPEN, LE SSERAFIM, and &TEAM ในนิทรรศการสุดพิเศษ The Daydream Believers: 꿈, 마침내 in Bangkok 26 ตุลาคม – 24 พฤศจิกายน 2567 นี้ ที่สยามพารากอน

สยามพารากอน ตอกย้ำความเป็น ‘Global Destination’ จุดหมายปลายทางระดับโลก นำเสนอสุดยอดประสบการณ์เหนือระดับกับนิทรรศการสุดพิเศษครั้งแรกในประเทศไทยโดย HYBE INSIGHT ในชื่อ “The Daydream Believers: 꿈, 마침내 in Bangkok,” (เดอะ เดย์ดรีม บีลีฟเวอร์: กุม มาชิมแน อิน แบงคอก) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 ตุลาคม 2567 – 24 พฤศจิกายน 2567 นี้ ที่สยามพารากอน ชั้น 3 เวลา 11.00 -21.30 น.

Key Visual Daydream Believers scaled เรื่องราวการเดินตามความฝันของ 7 วงศิลปิน K-pop ชื่อดังจาก HYBE LABELS ในนิทรรศการสุดพิเศษ The Daydream Believers: 꿈, 마침내 in Bangkok

โดยนิทรรศการพิเศษในครั้งนี้นำเสนอเรื่องราวที่น่าประทับใจของเหล่าศิลปินดังรวมถึง 7 วงจาก HYBE LABELS ไว้ในงานเดียว ได้แก่ BTS, SEVENTEEN, fromis_9, TOMORROW X TOGETHER, ENHYPEN, LE SSERAFIM, and &TEAM บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของเหล่าศิลปินผู้มุ่งมั่นเดินตามความฝันอย่างแน่วแน่ ด้วยความมุ่งมั่น วินัย และการเสียสละ และไม่ย่อท้อแม้ว่าจะต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย จนสามารถทำให้ความฝันของพวกเขาเป็นจริงได้ในการก้าวสู่จุดสูงสุด ของวงการ K-pop

สัมผัสเรื่องราวการเดินทางของเหล่าศิลปินทั้ง 7 วงผ่านนิทรรศการภาพถ่ายอันสวยงาม พร้อมประสบการณ์แบบอินเทอร์แอคทีฟ ซึ่งจะสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนที่มีความฝันมุ่งมั่นเดินหน้า ท่ามกลางบรรยากาศที่จำลองเบื้องหลังการทำงานของเหล่าศิลปินคนโปรด ทั้งสตูดิโอถ่ายภาพ, ห้องแต่งหน้าแต่งตัว และเครื่องแต่งกายของเหล่าศิลปิน นอกจากนี้ยังสามารถเป็นเจ้าของภาพถ่ายพิเศษของเหล่าศิลปินจากโซนจำหน่ายสินค้าภายในงานนิทรรศการนี้ได้อีกด้วย

โดยสามารถซื้อบัตรเข้าชมล่วงหน้าในราคา 1,100 บาทได้ทาง Ticket Melon https://ticketmelon.com/hybeinsight/thedaydream หรือ Trip.com https://www.trip.com/t/UzXND2dCdX1

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook และ Instagram Siam Paragon และ ONESIAM

เรื่องราวการเดินตามความฝันของ 7 วงศิลปิน K-pop ชื่อดังจาก HYBE LABELS ในนิทรรศการสุดพิเศษ The Daydream Believers: 꿈, 마침내 in Bangkok images 1 เรื่องราวการเดินตามความฝันของ 7 วงศิลปิน K-pop ชื่อดังจาก HYBE LABELS ในนิทรรศการสุดพิเศษ The Daydream Believers: 꿈, 마침내 in Bangkok QsZB4YWsSkJn51J5KBpzLHbjE7axOVCHZw1evbjkVAH6rL3PYSDWk1qaJIY2LSPf9Z3if7prkG7HbUe30GZVBEDSuhP9v9NitXRcHMnlbjwej8jEqvUHK6WPLoZwHqw1 scaled เรื่องราวการเดินตามความฝันของ 7 วงศิลปิน K-pop ชื่อดังจาก HYBE LABELS ในนิทรรศการสุดพิเศษ The Daydream Believers: 꿈, 마침내 in Bangkok CDcUN9dxMkUyBFn4luiGJzi7rLKjjnfn1drxv6wrsBMkdYZjzIFAnPD4giKVqzkpPMy60C6QM3YiWmoWUCjR1yq9ztogvs0WAJBSiEYmwtmEHq9vejZQ6yV8b9Ug6rZN scaled เรื่องราวการเดินตามความฝันของ 7 วงศิลปิน K-pop ชื่อดังจาก HYBE LABELS ในนิทรรศการสุดพิเศษ The Daydream Believers: 꿈, 마침내 in Bangkok SG9P5oYwAnTXpSm2GD0KbtPez1eoh6AoTEWcvehBl2R1I3XjpcekodjktdwIq2STlJI4wIYjCsSV6NA1aSYRiTmeTku5hhKnAaT6eQ5Tk4EMjRE3ugw20VVVvzM5DV80 scaled เรื่องราวการเดินตามความฝันของ 7 วงศิลปิน K-pop ชื่อดังจาก HYBE LABELS ในนิทรรศการสุดพิเศษ The Daydream Believers: 꿈, 마침내 in Bangkok เรื่องราวการเดินตามความฝันของ 7 วงศิลปิน K-pop ชื่อดังจาก HYBE LABELS ในนิทรรศการสุดพิเศษ The Daydream Believers: 꿈, 마침내 in Bangkok seventeen always yours promo landscape credit pledis entertainment เรื่องราวการเดินตามความฝันของ 7 วงศิลปิน K-pop ชื่อดังจาก HYBE LABELS ในนิทรรศการสุดพิเศษ The Daydream Believers: 꿈, 마침내 in Bangkok

#SiamParagon #ONESIAM #THEDAYDREAMBELIEVERS_BKK #HYBEINSIGHT #BTS #SEVENTEEN #fromis_9 #TXT #ENHYPEN #LESSERAFIM #andTEAM

#ข่าวบันเทิง #ไลฟ์สไตล์ #StarEnews

แถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ อย่ากลับบ้าน (Don’t Come Home) ก่อนสตรีม 31 ตุลาคมนี้ ที่ Netflix เท่านั้น!

Netflix เปิดรั้วบ้านจารึกอนันต์ พาแกะรอยมิติใหม่แห่งความลึกลับ กับคดีสุดพิศวง ในงานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ อย่ากลับบ้าน (Don’t Come Home) ก่อนไขปริศนาหาคำตอบพร้อมกัน 31 ตุลาคมนี้ ที่ Netflix เท่านั้น!

แถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ อย่ากลับบ้าน (Don’t Come Home) ก่อนสตรีม 31 ตุลาคมนี้ ที่ Netflix เท่านั้น!

Netflix พาถอดรหัสปริศนาไขคดีลึกลับกับงานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ อย่ากลับบ้าน (Don’t Come Home) ซีรีส์แนวลึกลับระทึกขวัญ ภายใต้ความร่วมมือกับหับโห้หิ้น บางกอก โดยในงานแถลงข่าวครั้งนี้ Netflix ได้จำลองบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความไม่ชอบมาพากลของบ้านจารึกอนันต์ ที่จะพาดำดิ่งไปสู่มิติใหม่แห่งความลึกลับ พร้อมเผยเบาะแสใหม่จากคลิปวิดีโอที่ฉายภาพหญิงสาวท่าทางร้อนรนนามว่า “วารี จารึกอนันต์” กำลังวิงวอนขอความช่วยเหลือในการตามหา “มิน” ลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอที่หายตัวไปอย่างปริศนา หลังพบเหตุการณ์ประหลาดในบ้านจารึกอนันต์ซึ่งเป็นบ้านเก่าของครอบครัว เชิญชวนทุกคนร่วมค้นหาคำตอบผ่านเงื่อนงำต่างๆ ภายในงาน ก่อนถึงเวลาแกะรอยเบื้องลึกเบื้องหลังการหายตัวไปของลูกสาวของวารีพร้อมกันใน อย่ากลับบ้าน (Don’t Come Home) 31 ตุลาคมนี้ ที่ Netflix เท่านั้น

แถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ อย่ากลับบ้าน (Don’t Come Home) ก่อนสตรีม 31 ตุลาคมนี้ ที่ Netflix เท่านั้น!

ภายในงานได้ทัพนักแสดงหญิงตัวแม่แถวหน้าของเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็น นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี (รับบท วารี) แพร์-พิชชาภา พันธุมจินดา (รับบท ฟ้า) และซินดี้-สิรินยา บิชอพ (รับบท พนิดา) พร้อมทั้ง ต้น-วุฒิดนัย อินทรเกษตร ผู้กำกับซึ่งกำลังเป็นที่จับตามองในขณะนี้ มานำทีมไขเบาะแสสู่มิติใหม่แห่งความลึกลับ

วุฒิดนัย อินทรเกษตร ได้เผยเบื้องหลังการลงมือกำกับและเขียนบทคอนเทนต์ยาวครั้งแรกว่า “อย่ากลับบ้าน (Don’t Come Home) เป็นซีรีส์แนวลึกลับที่ได้ใส่ตัวตนลงไปเต็มที่และใช้เวลากว่าสองปีในการพัฒนาบท อยากให้ผู้ชมได้ลุ้นระทึกไปกับปริศนาลึกลับที่เกิดขึ้นในบ้านจารึกอนันต์แห่งนี้ และรู้สึกร่วมไปกับเรื่องราวที่ถ่ายทอดผ่านตัวละครนำหญิงทั้งสามคน ซึ่งต่างก็เผชิญการกดทับในแง่ใดแง่หนึ่ง ในฐานะผู้กำกับก็รู้สึกโชคดีมากที่ได้นักแสดงนำระดับประเทศมาร่วมงาน ทั้งสามคนเป็นสามแบบ สามสไตล์ ที่พอมารวมตัวกันแล้วส่งพลังให้กับเรื่องได้ดี และเข้ากับบทบาทที่แต่ละคนได้รับมากเลยครับ”

แถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ อย่ากลับบ้าน (Don’t Come Home) ก่อนสตรีม 31 ตุลาคมนี้ ที่ Netflix เท่านั้น!

นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี กล่าวถึงตัวละคร “วารี” ซึ่งเป็นแกนหลักสำคัญของเรื่องและความท้าทายในการรับบทนี้ว่า “วารีเป็นผู้หญิงที่ผ่านเหตุการณ์เลวร้าย จนทำให้ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญด้วยการทิ้งทุกอย่างเพื่อปกป้องตัวเองและลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอ ด้วยการหนีกลับไปยังบ้านหลังเก่าที่เธอเคยอาศัยอยู่ในวัยเด็ก ก่อนที่ลูกสาวจะถูกพรากไปอย่างเป็นปริศนา โดยเรื่องนี้จะได้รับบทเป็นคุณแม่ นุ่นต้องถ่ายทอดความรู้สึกสะเทือนใจจากการสูญเสียลูกออกมาให้ได้ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ละเอียดอ่อนและยิ่งใหญ่มาก และเป็นเรื่องที่ท้าทายมากสำหรับบทนี้เลยค่ะ”

แถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ อย่ากลับบ้าน (Don’t Come Home) ก่อนสตรีม 31 ตุลาคมนี้ ที่ Netflix เท่านั้น!

ทางด้านแพร์-พิชชาภา พันธุมจินดา ได้เล่าถึงการพลิกบทบาทและการเตรียมตัวรับบท ฟ้า ตำรวจหญิงที่กำลังตั้งครรภ์ว่า “ที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะได้รับบทร้าย แต่เรื่องนี้ได้เล่นเป็นตำรวจสืบสวนสอบสวนที่จริงจัง มีความซับซ้อนและมีมิติมากขึ้น การรับบทเป็นตำรวจหญิงที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ก็ถือเป็นเรื่องที่ท้าทาย ในช่วงก่อนถ่ายทำ เมื่อมีโอกาสจึงได้ไปนั่งสังเกตที่โรงพยาบาลว่าผู้หญิงที่ตั้งครรภ์อยู่มีท่าทางอย่างไร รู้สึกอย่างไร เพื่อเก็บรายละเอียด และถ่ายทอดตัวละคร “ฟ้า” ให้ออกมาสมบูรณ์แบบได้มากที่สุดค่ะ”

แถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ อย่ากลับบ้าน (Don’t Come Home) ก่อนสตรีม 31 ตุลาคมนี้ ที่ Netflix เท่านั้น!

และซินดี้-สิรินยา บิชอพ ได้กล่าวถึงเหตุผลที่ตัดสินใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเหล่า “ตัวแม่” นำทัพนักแสดงในเรื่องนี้ว่า “ซีรีส์ อย่ากลับบ้าน (Don’t Come Home) เดินเรื่องผ่านบทนำที่เป็นตัวละครหญิงทั้งหมด ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมากในแง่ความหลากหลายของคอนเทนต์ บทบาทของตัวละครเหล่านี้จะทำให้เกิดการต่อยอดในสังคมได้มากขึ้น และบทพนิดาก็ถือว่าใหม่มากสำหรับซินดี้ เพราะมีหลายมิติในคนเดียวที่ต้องถ่ายทอดออกมาให้ครบถ้วน ถือว่าเป็นบทที่ท้าทายมากที่สุดที่เคยเล่นมาเลยค่ะ”

นอกจากนี้ ภายในงานยังเสริมทัพด้วยนักแสดงมากความสามารถ ทั้ง ตุ้ย-ธีรภัทร์ สัจจกุล (รับบท ยุทธชัย) ปาริธ ทิมทอง (รับบท เต้) และ เจแปน-พลอยปภัส ฝนแก้วศิวพร (รับบท มิน) การันตีฝีมือการแสดงที่จะมาถ่ายทอดเรื่องราวให้เข้มข้นและสมบูรณ์ไปด้วยรายละเอียดที่ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นแบบไม่อาจละสายตา

จำเบาะแสให้มั่น นับถอยหลังอีกไม่กี่อึดใจ ร่วมลุ้นระทึกไขข้อสงสัยและเอาใจช่วยวารีตามหาลูกสาวที่หายไป ใน อย่ากลับบ้าน (Don’t Come Home) สตรีมพร้อมกันกว่า 190 ประเทศทั่วโลก 31 ตุลาคมนี้ ที่ Netflix เท่านั้น!

แถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ อย่ากลับบ้าน (Don’t Come Home) ก่อนสตรีม 31 ตุลาคมนี้ ที่ Netflix เท่านั้น! แถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ อย่ากลับบ้าน (Don’t Come Home) ก่อนสตรีม 31 ตุลาคมนี้ ที่ Netflix เท่านั้น! แถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ อย่ากลับบ้าน (Don’t Come Home) ก่อนสตรีม 31 ตุลาคมนี้ ที่ Netflix เท่านั้น! แถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ อย่ากลับบ้าน (Don’t Come Home) ก่อนสตรีม 31 ตุลาคมนี้ ที่ Netflix เท่านั้น! แถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ อย่ากลับบ้าน (Don’t Come Home) ก่อนสตรีม 31 ตุลาคมนี้ ที่ Netflix เท่านั้น! แถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ อย่ากลับบ้าน (Don’t Come Home) ก่อนสตรีม 31 ตุลาคมนี้ ที่ Netflix เท่านั้น!

#อย่ากลับบ้าน #DontComeHome

#ข่าวบันเทิง #StarEnews

“อาโป-ณัฐวิญญ์ เสิร์ฟโชว์สุดฟิน ในงานฉลองใหญ่ ห้างเซ็นทรัลครบ 77 ปี

ห้างเซ็นทรัลครบ 77 ปี! หนุ่มฮอต “อาโป-ณัฐวิญญ์” นำทัพส่งความสุขผลิบาน เสิร์ฟโชว์สุดฟิน ในงานฉลองใหญ่สุดอลังการท่ามกลางดอกไม้เบ่งบานทั่วเซ็นทรัลชิดลม

กรุงเทพฯ 24 ตุลาคม 2567 — ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จัดงานฉลองครบ 77 ปีอย่างยิ่งใหญ่ มอบความสุขผลิบานตอกย้ำการเป็นเดสติเนชันแห่งแรงบันดาลใจให้คนทุกเจนมากว่า 77 ปี โดยปีนี้ห้างเซ็นทรัล มอบประสบการณ์ ช้อปปิ้งที่เต็มเปี่ยมด้วยความสุขสุดสดชื่นคราฟต์ทุกสเปซในห้างเซ็นทรัลชิดลมด้วยมวลดอกไม้ที่สวยงามมีเอกลักษณ์ภายใต้คอนเซปต์ ‘อาวองก์ การ์ดีน่า (AVANT GARDENA)‘ ผสมผสานความงามของดอกไม้เข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยกับ Samsung Galaxy Immersive Gardena ชวนลูกค้าสัมผัสประสบการณ์การชมดอกไม้แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน งานฉลองใหญ่ครั้งนี้ มีแขก ผู้มีเกียรติ พาร์ทเนอร์คนสำคัญ และแขกวีไอพี มาร่วมงานอย่างคับคั่ง ทั้งเอ็กซ์คลูซีฟพาร์ทเนอร์อย่าง บัตรมาสเตอร์การ์ด, บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน, บัตรเครดิตคาร์ดเอกซ์, บัตรเครดิตกสิกรไทย และ บัตรเครดิตยูโอบี พร้อมด้วยเหล่า เซเลบริตี้ชื่อดังและแฟน ๆ ที่มาติดขอบเวทีรอชมโชว์สนุก ๆ ที่ห้างเซ็นทรัลจัดเตรียมไว้ให้อย่างจุใจ

"อาโป-ณัฐวิญญ์ เสิร์ฟโชว์สุดฟิน ในงานฉลองใหญ่ ห้างเซ็นทรัลครบ 77 ปี

ไฮไลต์สำคัญของงานฉลองคือการปรากฏตัวของซุปตาร์สุดฮอต “อาโป-ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์” ที่มาสร้างความฮือฮาให้แฟน ๆ ด้วยรับบทไกด์พาทุกคนชมดอกไม้สุดอลังการทั่วทั้งห้างเซ็นทรัลชิดลมที่สวยงามแตกต่างกันไปใน

ทุกชั้น ความฟินยังไม่หมด! เพราะหนุ่มอาโป ยังได้มอบโชว์พิเศษ Swing Dance สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้แฟน ๆ ได้กรี๊ดกันสนั่นห้าง เรียกได้ว่าแฟนคลับที่มารอติดขอบเวทีได้ฟินไปตาม ๆ กัน บรรยากาศตลอดทั้งงานเต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้มของผู้ร่วมงานทุกคน

อาโป-ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ เผยถึงงานฉลองครบรอบ 77 ปีของห้างเซ็นทรัล ว่า “รู้สึกดีใจและมีความสุขมาก ๆ ที่ได้มาร่วมงานฉลองครบรอบ 77 ปี ของห้างเซ็นทรัล และได้มีส่วนร่วมสร้างสีสันและความสุข มาชวนให้ทุกคนร่วมเต้น Swing Dance ท่ามกลางมวลดอกไม้นานาพันธุ์ในคอนเซปต์ AVANT GARDENA ซึ่งสวยงามตระการตาทุกชั้น ยิ่งโซนที่เป็นนิทรรศการแบบ Immersive Experience ล้ำสมัยเหนือนจินตนาการมาก อาโปขอให้ห้างเซ็นทรัลเป็นเดสติเนชันที่สร้างความสุขและ แรงบันดาลให้กับทุกคนตลอดไปนะครับ”

อาโป "อาโป-ณัฐวิญญ์ เสิร์ฟโชว์สุดฟิน ในงานฉลองใหญ่ ห้างเซ็นทรัลครบ 77 ปี

สำหรับใครที่อยากตามรอยมาชมดอกไม้และช้อปฟิน ๆ แบบ “อาโป” ชมกันได้ที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม พร้อมเพลิดเพลินกับของขวัญและโปรโมชันสุดพิเศษมากมายตลอดแคมเปญ อาทิ รับ Anniversary Crossbody Bag เมื่อช้อปครบ 20,000 บาทขึ้นไป/วัน พิเศษ! สำหรับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ได้รับกระเป๋า เพียงช้อปครบ 17,000 บาทขึ้นไป/เซลส์สลิป ลูกค้ามาสเตอร์การ์ดรับ Dyson Airstrait มูลค่า 19,900 บาท เมื่อช้อปสะสมด้วยบัตรมาสเตอร์การ์ดครบ 200,000 บาทขึ้นไป/วัน สิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้ The1 App รับคูปองส่วนลด 150 บาท เมื่อแลกเดอะวัน 1,000 คะแนน ผ่าน The 1 App และโปรโมชันสุดฮ็อต รับ Exclusive Gifts จากแบรนด์ชั้นนำ มูลค่ารวมกว่า 760,000 บาท เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข เฉพาะห้างเซ็นทรัลชิดลม 5 วันเท่านั้น

อาโป "อาโป-ณัฐวิญญ์ เสิร์ฟโชว์สุดฟิน ในงานฉลองใหญ่ ห้างเซ็นทรัลครบ 77 ปี

เอ็นจอยกับโปรโมชันสุดพิเศษ กิจกรรมสนุก ๆ ตลอดแคมเปญ “Central 77th Anniversary 2024” ตั้งแต่วันนี้ – 31 ต.ค. 67 ที่ห้างเซ็นทรัล ทุกสาขาทั่วประเทศ พร้อมช้อปง่ายทุกที่ทุกเวลา ผ่านช่องทางสุดสะดวกทั้ง Central App, เว็บไซต์ www.central.co.th, Central Chat & Shop ช้อปและแชตผ่านไลน์ @Centralofficial และบริการ Central Personal Shopper On Demand โทร.1425 ผู้ช่วยช้อปส่วนตัว รวมถึงช้อปผ่านเฟซบุ๊กเพจและอินบ็อกซ์ของ Facebook page: Central Department Store

อาโป ณัฐวิญญ์วัฒนกิติพัฒน์ 6 copy 2590x1727 scaled "อาโป-ณัฐวิญญ์ เสิร์ฟโชว์สุดฟิน ในงานฉลองใหญ่ ห้างเซ็นทรัลครบ 77 ปี อาโป ณัฐวิญญ์วัฒนกิติพัฒน์ 5 copy 2568x1712 scaled "อาโป-ณัฐวิญญ์ เสิร์ฟโชว์สุดฟิน ในงานฉลองใหญ่ ห้างเซ็นทรัลครบ 77 ปี อาโป ณัฐวิญญ์วัฒนกิติพัฒน์ 4 copy 2863x1909 scaled "อาโป-ณัฐวิญญ์ เสิร์ฟโชว์สุดฟิน ในงานฉลองใหญ่ ห้างเซ็นทรัลครบ 77 ปี อาโป "อาโป-ณัฐวิญญ์ เสิร์ฟโชว์สุดฟิน ในงานฉลองใหญ่ ห้างเซ็นทรัลครบ 77 ปี อาโป "อาโป-ณัฐวิญญ์ เสิร์ฟโชว์สุดฟิน ในงานฉลองใหญ่ ห้างเซ็นทรัลครบ 77 ปี

APO IN CENTRAL FLOWER SHOW #CentralAnniversaryxApo #ApoNattawin #ข่าวบันเทิง #StarEnews

“แม่หยัว” เปิดฉากมหากาพย์แห่งเกมชิงอำนาจ “ใหม่” เดินเกม…เตรียมเข้าถวายตัว

“แม่หยัว” เปิดฉากมหากาพย์แห่งเกมชิงอำนาจ “ใหม่ ดาวิกา” เดินเกม…เตรียมเข้าถวายตัว

เมื่อสตรีมิใช่เพียงหมากบนกระดาน เกมชิงบัลลังค์ และอำนาจ จึงเริ่มต้นขึ้น ได้เวลาเปิดโหมดความสนุก ต้อนรับสู่ ซีรีส์กระแสแรง “แม่หยัว” ทาง ช่องวัน31 ฝีมือการกำกับของ “สันต์ ศรีแก้วหล่อ” เรียกว่า เปิดฉากมา ก็เต็มไปด้วยแสนยานุภาพความท็อปฟอร์ม ของเหล่านักแสดง โดยเฉพาะ “ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่” ในบท “จินดา” ธิดาของ “ออกพระลพบุรี” (กบ ทรงสิทธิ์) ซึ่งถือกำเนิดด้วยดวงชะตา ที่สูงส่งเหนือคนทั้งปวง จึงมีภารกิจที่ยิ่งใหญ่ นั่นคือ การช่วงชิงบัลลังก์จาก พระไชยราชา (ตุ้ย ธีรภัทร์) กษัตริย์นักรบแห่งอโยธยา ใหม่ต้องเข้าถวายตัว เป็นหนึ่งในพระสนมเอกสี่ทิศ ความเสียสละครั้งนี้ ใหม่ต้องพรากจาก ชายคนรัก อย่าง วามน (ฟิล์ม ธนภัทร) แต่เมื่อหน้าที่ ต้องมาเหนือสิ่งอื่นใด ใหม่จึงต้องไปให้สุดทาง แต่เส้นทางการช่วงชิงบัลลังก์ และอำนาจ กลับไม่ง่าย เมื่อใหม่ ต้องเจอกับคู่แข่งสมน้ำสมเนื้อ อย่าง “พระสนมจิตรวดี” (เป้ย ปานวาด) ,“พระสนมละอองคำ” (บิ๊นท์ สิรีธร) และ “พระสนมตันหยง” (เฟิร์น นพจิรา) ที่ต่างก็เดินทางมาถวายตัว เป็นพระสนมเอกสี่ทิศ รวมพลคนมีองค์ครั้งนี้ บอกเลยว่า แซ่บเกินเบอร์ เมื่อตำแหน่ง “อัครมเหสี” มีเพียงหนึ่งเดียว พวกเธอจึงเริ่มเดินเกม และวางหมากบนกระดานอย่างเต็มกำลัง ความเหนือชั้นของใครจะเตะตา และสยบคู่ต่อสู้จนอยู่หมัด ตามลุ้นกันได้ ตอนแรก วันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคมนี้ เวลา 20.30 น. ทาง ช่องวัน31

สามารถรับชม ซีรีส์ “แม่หยัว” พร้อมกัน ทางช่องวัน 31 (เวอร์ชันTV) ,ทางเว็บ https://bit.ly/EMPoAyodhaya และ แอป oneD https://oned.page.link/EMpoAyodhaya (เวอร์ชัน UNCUT)

S 15876211 0 “แม่หยัว” เปิดฉากมหากาพย์แห่งเกมชิงอำนาจ “ใหม่” เดินเกม...เตรียมเข้าถวายตัว S 15876215 0 “แม่หยัว” เปิดฉากมหากาพย์แห่งเกมชิงอำนาจ “ใหม่” เดินเกม...เตรียมเข้าถวายตัว S 15876210 0 “แม่หยัว” เปิดฉากมหากาพย์แห่งเกมชิงอำนาจ “ใหม่” เดินเกม...เตรียมเข้าถวายตัว S 15876212 0 “แม่หยัว” เปิดฉากมหากาพย์แห่งเกมชิงอำนาจ “ใหม่” เดินเกม...เตรียมเข้าถวายตัว S 15876213 0 “แม่หยัว” เปิดฉากมหากาพย์แห่งเกมชิงอำนาจ “ใหม่” เดินเกม...เตรียมเข้าถวายตัว S 15876209 0 “แม่หยัว” เปิดฉากมหากาพย์แห่งเกมชิงอำนาจ “ใหม่” เดินเกม...เตรียมเข้าถวายตัว S 15876207 0 “แม่หยัว” เปิดฉากมหากาพย์แห่งเกมชิงอำนาจ “ใหม่” เดินเกม...เตรียมเข้าถวายตัว S 15876214 0 “แม่หยัว” เปิดฉากมหากาพย์แห่งเกมชิงอำนาจ “ใหม่” เดินเกม...เตรียมเข้าถวายตัว S 15876265 “แม่หยัว” เปิดฉากมหากาพย์แห่งเกมชิงอำนาจ “ใหม่” เดินเกม...เตรียมเข้าถวายตัว

เกล ดีล่า ร่วมกับ วันบอล เปิดตัว “พระราชกรณียกิจอันเป็นนิรันดร์” รายได้มอบโรงพยาบาลเด็ก

  เกล ดีล่า ร่วมกับ วันบอล เปิดตัวโครงการเทิดพระเกียรติ “พระราชกรณียกิจอันเป็นนิรันดร์” รายได้มอบโรงพยาบาลเด็ก เกล ดีล่า ในฐานะ Project Head จับมือ เกเว่น ปูริซีม่า ผู้บริหารบริษัท วันบอล จำกัด พร้อมด้วยเหล่าศิลปินและนักแสดงชั้นนำ พร้อม ดร.เสรี นนทสูติ จาก sacit ร่วมเปิดตัวโครงการ...