Home ข่าวบันเทิง Ramayana: Rise of a Legend ปลุกตำนานรามายณะ

[รีวิวหนัง] Ramayana: Rise of a Legend ปลุกตำนานรามายณะ

[รีวิวหนัง] Ramayana: Rise of a Legend ปลุกตำนานรามายณะที่ยิ่งใหญ่ตระการตา บันเทิงระดับมาสเตอร์พีซ ที่หาข้อบกพร่องไม่เจอ เป็น 3 ชั่วโมงครึ่งที่คุ้มค่าตั๋วทุกวินาที

ก้าวข้ามขีดจำกัดของภาพยนตร์บอลลีวูดไปสู่ระดับโลกอย่างแท้จริง สำหรับ Ramayana: Rise of a Legend ต้องบอกเลยว่านี่คือประสบการณ์ทางภาพยนตร์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดเรื่องหนึ่งของปีนี้ ใครที่คิดจะรอชมผ่านหน้าจอสตรีมมิ่งที่บ้าน บอกเลยว่าคิดผิดมหันต์ เพราะสเกลความอลังการระดับนี้ถูกสร้างมาเพื่อการรับชมบนจอยักษ์ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

[รีวิวหนัง] Ramayana: Rise of a Legend ปลุกตำนานรามายณะ

​สมศักดิ์ศรีโปรเจกต์ที่ใช้ทุนสร้างสูงสุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์อินเดีย ผู้กำกับ Nitesh Tiwari สามารถเนรมิตโลกแห่งเทวตำนานออกมาได้ยิ่งใหญ่ตระการตาทุกวินาที แม้ปกติหนังอินเดียจะขึ้นชื่อเรื่องความเล่นใหญ่อยู่แล้ว แต่การได้ทีมเทคนิคพิเศษระดับแนวหน้าของฮอลลีวูดเข้ามาผนึกกำลังกับกลิ่นอายวัฒนธรรมดั้งเดิม ยิ่งทำให้ภาพรวมดูทรงพลังและไร้รอยต่อ ฉากศึกสงครามและสถาปัตยกรรมโบราณมีความขลังในระดับมหากาพย์แฟนตาซีฟอร์มยักษ์ของโลกตะวันตก ยิ่งเมื่อผสานเข้ากับสกอร์ดนตรีสุดกระหึ่มจากการร่วมมือกันของสองปรมาจารย์อย่าง Hans Zimmer และ A.R. Rahman ก็ยิ่งช่วยขยี้และบีบคั้นอารมณ์ผู้ชมให้ดำดิ่งไปกับเรื่องราวได้อย่างทรงพลัง

​ในแง่ของการดำเนินเรื่อง ตลอดความยาวประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่งของหนังอาจจะยังไม่ได้พาเนื้อหาพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วนัก เนื่องจากตัวหนังทำหน้าที่เป็นปฐมบท (Part 1) ที่ต้องใช้เวลาในการวางรากฐานของตัวละครและปมความขัดแย้งตั้งแต่เมืองอโยธยาไปจนถึงกรุงลงกา แต่จังหวะการเล่าเรื่องที่เข้มข้นและการออกแบบงานสร้างอันน่าตื่นตา กลับทำให้เวลาสามชั่วโมงกว่าผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยไม่มีช่วงไหนที่น่าเบื่อเลย

​ด้านการแสดง รันบีร์ กาปูร์ (Ranbir Kapoor) ถ่ายทอดรัศมีความสง่างามและจิตวิญญาณของ “พระราม” ออกมาได้อย่างไร้ที่ติ แต่คนที่ขโมยซีนและสร้างแรงดึงดูดได้มหาศาลที่สุดกลับเป็น ยาช (Naveen “Yash” Kumar) ในบทบาทของ “ราวณะ” หรือทศกัณฐ์ ที่ตีความออกมาได้ทรงเสน่ห์ ดุดัน และมีมิติความเท่จนกลบรัศมีฝั่งพระเอกไปในหลายๆ ซีน เรียกว่าดูจบแล้วหลายคนอาจจะเผลอเทใจเชียร์ฝั่งพญายักษ์กรุงลงกาโดยไม่รู้ตัว

​Ramayana: Rise of a Legend คือความบันเทิงระดับมาสเตอร์พีซที่แทบจะหาข้อบกพร่องไม่เจอ เป็น 3 ชั่วโมงครึ่งที่คุ้มค่าตั๋วทุกวินาที แนะนำให้ตีตั๋วในระบบ IMAX 3D เพื่อรับชมภาพและเสียงที่สมบูรณ์แบบที่สุด แล้วคุณจะรู้ว่าตำนานที่ถูกเล่าขานมานับพันปี เมื่อถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยเทคโนโลยีภาพยนตร์ยุคใหม่ มันทรงพลังและสะกดทุกสายตาได้มากแค่ไหน!

Exit mobile version