หน้าแรก Uncategorized TIDLOR เทรดวันแรกยืนเหนือจอง

TIDLOR เทรดวันแรกยืนเหนือจอง

0
บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)

บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) ได้ฤกษ์ส่งหุ้น TIDLOR เข้าทำการซื้อขายหลักทรัพย์วันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันนี้ (10 พ.ค.64) ปิดราคาวันแรก 45.75 บาท เหนือจอง 25.34% ขึ้นแท่นเป็นหุ้น IPO ที่มีมูลค่าเสนอขายสูงที่สุดในหมวดธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ และเป็นหุ้น IPO ที่มีมูลค่าการเสนอขายสูงที่สุด 5 ลำดับแรกในประวัติศาสตร์ตลาดทุนไทย

โดยมีมูลค่าเสนอขายรวม 38,089 ล้านบาท (รวมการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน) และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO ที่ประมาณ 84,643 ล้านบาท ตอกย้ำปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งจากการเป็นผู้นำธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันและหนึ่งในผู้นำธุรกิจนายหน้าประกันภัยสำหรับรายย่อยที่มีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดด มุ่งเน้นการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยี ผ่านช่องทางการให้บริการที่หลากหลาย (Omni-Channel) พร้อมต่อยอดความสำเร็จหลังการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วยกลยุทธ์ในการขยายสาขา และเพิ่มประสิทธิภาพของช่องทางการให้บริการที่หลากหลาย รวมทั้งมุ่งเน้นลงทุนด้านเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจ และสร้างโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน พร้อมเริ่มทำการรักษาระดับราคาหุ้นในตลาดรอง (Stabilization Activity) เป็นระยะเวลาไม่เกิน 30 วันหลังจากวันเข้าซื้อขายเป็นวันแรก

ปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)

นายปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “หุ้น “TIDLOR” จะเข้าซื้อขายเป็นวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวันนี้ (10 พฤษภาคม 2564) ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของเงินติดล้อ และเป็นความภาคภูมิใจของพวกเราชาวเงินติดล้อทุกคนที่มีส่วนร่วมในการสร้างความสำเร็จของการเสนอขายหุ้น IPO และการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในครั้งนี้ โดยเงินติดล้อเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำของประเทศไทยที่ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงิน ซึ่งดำเนินธุรกิจการให้สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันและธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่อยู่ในตลาดที่มีการกระจายตัวสูง เรามุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยการช่วยให้ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่เป็นธรรม
มีความน่าเชื่อถือ และโปร่งใส โดยเงินติดล้อมีการเติบโตอย่างรวดเร็วซึ่งเกิดจากการขับเคลื่อนด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง แพลตฟอร์มที่มีช่องทางการให้บริการที่หลากหลายและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แบรนด์ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จัก รวมทั้งการนำเสนอนวัตกรรมทางด้านผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง”

การเสนอขายหุ้น IPO ของเงินติดล้อในครั้งนี้นับเป็นหุ้น IPO ที่มีมูลค่าเสนอขายสูงที่สุดในหมวดธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ และยังนับเป็นหุ้น IPO ที่มีมูลค่าการเสนอขายสูงที่สุด 5 ลำดับแรกในประวัติศาสตร์ตลาดทุนไทย โดยมีมูลค่าเสนอขายรวม 38,089 ล้านบาท (รวมการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน) และมีมูลค่าหลักทรัพย์ (Market Capitalization) ณ ราคา IPO ที่ประมาณ 84,643 ล้านบาท พร้อมด้วยกระแสตอบรับที่ดีจากทั้งนักลงทุนสถาบันชั้นนำทั่วโลก และนักลงทุนรายย่อยในประเทศที่ให้ความสนใจลงทุนอย่างท่วมท้นและมีมูลค่าความต้องการลงทุนในหุ้น TIDLOR รวมกันสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และศักยภาพในการการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในอนาคตของเงินติดล้อ

บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)

ทั้งนี้ เงินติดล้อดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดสร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างโปร่งใสและเท่าเทียม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่เหมาะสมผ่านความจริงใจของพนักงานชาวเงินติดล้อ ผ่านการนำโมเดลธุรกิจที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะจากการผสมผสานความเชี่ยวชาญด้านการให้บริการทางการเงินและนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย (Omni-Channel) ทั้งสาขาที่มี 1,076 แห่งในพื้นที่กว่า 74 จังหวัด และเสริมโดยเครือข่ายการส่งต่อลูกค้าผ่าน สาขาของธนาคารกรุงศรีอยุธยา 638 สาขา ตัวแทน 5,132 ราย ตัวแทนจำหน่ายรถบรรทุกมือสอง 491 ราย และตัวแทนขายผ่านโทรศัพท์ 519 คน รวมถึงช่องทางจำหน่ายออนไลน์ซึ่งรวมถึง การติดต่อผ่านเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น เงินติดล้อ เฟซบุ๊ก และ TIDLOR Connect  เพื่อลดช่องว่างและสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการด้านการเงินให้กับประชากรกลุ่มใหญ่ของประเทศไทย

ขณะที่ผลการดำเนินงานในปี 2561 – 2563 เติบโตแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวม 7,569.4 ล้านบาท 9,457.9 ล้านบาท และ 10,558.9 ล้านบาท ตามลำดับ มีกำไรสุทธิ 1,306.2 ล้านบาท 2.201.7 ล้านบาท และ 2,416.1 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่ยอดสินเชื่อรวม ณ สิ้นปี 2561 – 2563 อยู่ที่ 39,724.1 ล้านบาท 47,979.4 ล้านบาท และ 51,331.2 ล้านบาท ตามลำดับ และเบี้ยประกันวินาศภัยจัดเก็บได้ ณ สิ้นปี 2561 2562 และ 2563 อยู่ที่ 1,917.7 ล้านบาท 2,854.3 ล้านบาท และ 4,010.9 ล้านบาท ตามลำดับ โดย ณ สิ้นปี 2563 เงินติดล้อมีสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) เพียง 1.7% ต่อสินเชื่อรวม เนื่องจากมีการกระบวนการพิจารณาสินเชื่ออย่างรอบคอบและรัดกุม และมีอัตราส่วนเงินสำรองต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ 325.1%

โดยภายหลังจากการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เงินติดล้อมีเป้าหมายในการมุ่งรักษาความเป็นผู้นำธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน และก้าวขึ้นเป็นผู้นำธุรกิจนายหน้าประกันภัยในอนาคต โดยจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ ไปใช้ในการขยายธุรกิจและการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยวางแผนปรับปรุงสาขาเดิมและขยายสาขาใหม่อีกประมาณ 500 สาขาภายในปี 2566 ให้ครอบคลุมการให้บริการในพื้นที่ต่าง ๆ เพิ่มยิ่งขึ้นและเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม นำเงินไปลงทุนพัฒนาระบบไอทีและการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลเพื่อเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจ ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ และปรับโครงสร้างทางการเงินให้เหมาะสมเพื่อรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในอนาคต

“การระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้ จะช่วยให้เงินติดล้อสามารถสร้างศักยภาพในการเติบโตได้อย่างยั่งยืน เสริมสร้างความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงิน สร้างความต่อเนื่องในการลงทุนเพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล (digital transformation) และสร้างความแข็งแกร่งให้แก่แพลตฟอร์มของเรา โดยหลังจากเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เงินติดล้อมีความมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นหนึ่งในบริษัทจดทะเบียนชั้นนำที่มีคุณภาพ ภายใต้แนวคิดในการสร้างโอกาสทางการเงินที่เป็นธรรมและโปร่งใสให้แก่ประชาชนในสังคม พร้อมสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มั่นคงและยั่งยืน เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกผ่ายต่อไปครับ” นายปิยะศักดิ์ กล่าว